ครูอี๊ด + ลุงหน่อย = บ้านชมดอย Homestay เฮือนพักกู้ยามของความประทับใจ๋ เมื่อมาเยี่ยมยามเมืองแม่ฮ่องสอน “ที่รวมข้อมูล(เกือบ)ทุกเรื่องในตัวเมืองสามหมอก ลองแวะอ่านดูซักหน่อย เผื่อตอบคำถามบางอย่างที่อยากรู้”

ไหว้พระ 9 วัด สุขกายสุขใจในเมืองสามหมอก พฤศจิกายน 28, 2008

Filed under: ไหว้พระ 9 วัด — ครูอี๊ด @ 12:25 pm

        เวลาพวกเรามาพักที่บ้านชมดอยครั้งใด ครูอี๊ดและลุงหน่อยชอบพาพวกเราไปไหว้พระค่ะ ที่เมืองแห่งนี้มีวัดน่าสนใจอย่างน้อยถึง 9 วัด รวมทั้งบางวัด เช่น วัดพระธาตุดอยกองมู ถ้ามองจากมุมสูงจากบนวัดลงมาด้านล่าง จะสามารถมองเห็นเมืองแม่ฮ่องสอนได้ทั้งเมือง แม่ฮ่องสอนเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ เป็นเมืองเล็ก ๆที่อยู่ในหุบเขา มีภูเขาล้อมรอบทุกด้าน

 dscf15002

      “ย่าอี๊ดกับหลานบาส (ลูกพี่บอม)”

 

           เราเริ่มต้นเดินทางไปไหว้พระกันเลยค่ะ

 

          วัดแรกคือ วัดพระธาตุดอยกองมู เดิมชาวบ้านเรียกวัดนี้ว่า วัดปลายดอยบ้าง วัดดอยกองมูบ้าง ตั้งอยู่บนดอยกองมู ทางทิศตะวันตกของเมืองแม่ฮ่องสอน ก่อนที่จะมีการสร้างวัด เดิมพื้นที่ตรงนี้เป็นที่ซ่องสุมของโจรผู้ร้าย ซึ่งจะลงมาปล้นชาวบ้าน แล้วก็จะหลบขึ้นไปอยู่บนดอย ต่อมามีการปราบปรามและก็ได้สร้างวัดนี้ขึ้นแทน โดยมี จองต่องสู่เป็นผู้สร้างเจดีย์องค์ใหญ่ และศาลาการเปรียญถวาย ต่อมาพญานางสิงหนาทราชาขึ้นครองเมืองแม่ฮ่องสอน และได้สร้างเจดีย์องค์เล็กถวายอีกองค์หนึ่ง

 e0b897e0b8b2e0b887e0b882e0b8b6e0b989e0b899e0b89ee0b8a3e0b8b0e0b898e0b8b2e0b895e0b8b8e0b894e0b8ade0b8a2e0b881e0b8ade0b887e0b8a1e0b8b9

          วัดที่ 2 ‘วัดพระนอน สำหรับวัดพระนอนแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมือง ติดกับทางขึ้นวัดพระธาตุดอยกองมู นับว่าเป็นวัดที่สำคัญอย่างมาก เพราะถือว่าเป็นวัดแรกที่เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนเป็นผู้สร้าง และใช้เป็นที่บรรจุอัฐิของเจ้าเมืองทุกพระองค์ วัดพระนอนแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระนอนองค์ใหญ่ที่สุดของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์พระประธานวัดพระนอน สร้างตามศิลปะไทยใหญ่ผสมผสานกับศิลปะพม่า มีความยาว 12 เมตร

 

        วัดที่ 3 ใกล้ๆกับวัดพระนอน คือ วัดก้ำก่อ เป็นภาษาไต แปลว่า ดอกบุนนาคเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองชาวแม่ฮ่องสอน มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม โดยเฉพาะลักษณะพิเศษของหลังคาคลุมทางเดิน ตั้งแต่ซุ้มทางเข้าไปจนถึงศาลา ซึ่งในสมัยก่อนคนที่จะเดินเข้าวัดต้องถอดรองเท้าบริเวณทางเข้าซุ้ม เพราะมีความเชื่อว่า จะได้ไม่เอาทราย (ของวัด) ออกจากวัด นอกจากนี้ยังมีตำราภาษาไทยใหญ่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยอีกด้วย

 e0b881e0b989e0b8b3e0b881e0b988e0b8ad

        วัดที่ 4 คือ วัดม่วยต่อ ตั้งอยู่ที่ ถนนผดุงม่วยต่อ ซึ่งได้รับคัดเลือกให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างประจำปี 2507 จากกรมศาสนา ที่วัดแห่งนี้นอกจากจะมีพระประธานในอุโบสถที่เป็นพระพุทธรูปทองเหลือง และพระประธานที่อยู่ในศาลาการเปรียญที่เป็นพระพุทธรูปเนื้อสัมฤทธิ์ ศิลปะพม่าแล้ว ยังมีงาช้างที่แกะสลักเป็นพระพุทธรูปอีก จำนวน 2 คู่

 

วัดที่ 5 ถือว่าเป็นวัดที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน นั้นก็คือ พระอารามหลวงวัดจองคำ จองกลาง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ซึ่งแต่เดิมพระอารามหลวงแห่งนี้คือ วัดจองคำ และวัดจองกลาง ไม่ได้รวมกันแต่อย่างใด ต่อมาทางกรมศาสนา ตั้งใจที่จะยกให้เป็นพระอารามหลวง จึงรวม 2 วัดนี้เข้าด้วยกัน เพื่อให้เข้าหลักเกณฑ์ของการเป็นพระอารามหลวง สำหรับวัด 2 วัดนี้ก็มีประวัติที่แตกต่างกัน

 

วัดจองคำเป็นที่ตั้งของวิหารหลวงพ่อโต เป็นอาคารศิลปะผสมผสานไทยใหญ่ พม่า และตะวันตก และเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโต หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า เจ้าพลาโหลงเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในเมืองแม่ฮ่องสอน และหลังจากที่วัดถูกไฟไหม้เมื่อปี 2513 ได้มีการสร้างศาลาการเปรียญขึ้นมาใหม่ ในระหว่างการขุดเสา พบแผ่นเงินจารึก มีความว่า วัดจองคำสร้างเมื่อ พ.ศ. 2370 โดยศรัทธาชาวบ้าน

 

วัดจองกลางเรียกตามชื่อที่ตั้งเดิม ที่อยู่ระหว่างวัดจองคำและวัดจองใหม่ (ปัจจุบันคือโรงเรียนพระปริยัติธรรม) เดิมวัดเป็นศาลาที่พักของคนที่มาจำศีลในวันพระ ต่อมาบุตรหลานของพญาสิงหนาทราชาได้เสียชีวิตลง จึงนำศพมาไว้ที่ศาลาจำศีล และได้บูรณะซ่อมแซมศาลาให้สวยงาม สิ่งสำคัญในวัดก็มี เจดีย์วิหารเล็ก ศาลาการเปรียญวัด ซึ่งเป็นอาคารไม้มุงสังกะสีสูงเป็นชั้น เรียกตามลักษณะช่างว่า สองคอสามชายพร้อมด้วยจิตรกรรมหลังกระจก ที่นำมาจากเมืองมัณฑะเลย์ เป็นเรื่องราวประวัติของพระพุทธเจ้า พระเวสสันดรชาดก จำนวน 180 ภาพ

 

วัดที่ 6 คือ วัดหัวเวียง ส่วนที่เรียกว่า วัดหัวเวียง เพราะที่ตั้งของวัดอยู่หัวเมืองแม่ฮ่องสอน โดยศรัทธาของชาวบ้าน ที่นำไม้มาช่วยกันสร้างเป็นศาลาการเปรียญ ส่วนศาลาหลังปัจจุบัน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2516 โดยใช้เค้าโครง และฐานพระประธานดั้งเดิม ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานของ พระพราละแข่งพระพุทธรูปคู่เมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งชาวแม่ฮ่องสอนเชื่อว่า ถ้าได้ต่าง ชอมต่อหรือถวายกระทงข้าวในวันพระหรือวันสำคัญทางศาสนาจะเป็นศิริมงคล ได้บุญกุศลยิ่ง ในราวเดือน 4 (มีนาคม) ของทุกปีจะมีประเพณีบูชา พระพราละแข่ง เพื่อให้ทุกคนได้มากราบไหว้ตลอด 3 วัน และมีการต่างชอม ต่อโหลงหรือทำบุญถวายข้าวมธุปายาสด้วย นอกจากนี้ยังมีศาลาจำศีลอาคารไม้หลังคามุงสังกะสีประดับลายเจาะสังกะสี ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากรแล้ว

 034k0031dscf2120

วัดที่ 7 คือ วัดกลางทุ่ง สำหรับวัดกลางทุ่งนั้น สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2456 เดิมชื่อว่า วัดปุกป่าโหยงสำหรับที่วัดแห่งนี้จะมีพระพุทธรูปศิลปะไทยใหญ่ประดิษฐานอยู่ แต่ที่น่าสังเกตคือ ริมฝีปากของพระพุทธรูปถูกทาด้วยสีแดง ทราบที่หลังว่า เหตุที่ริมฝีปากของพระพุทธรูปมีสีแดงนั้น เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมืองนั่นเอง

 

วัดที่ 8 ‘วัดดอนเจดีย์ สำหรับความเป็นมาของวัดแห่งนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2481 เดิมตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมืองฮ่องสอน เรียกตามภาษาชาวบ้านว่า วัดกุงเปา ต่อมาย้ายมาอยู่ที่ปัจจุบันนี้ ชาวบ้านเรียกว่า วัดดอนเจดีย์ และยังเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปทองเหลืองและพระพุทธรูปไม้เจดีย์

 

วัดที่ 9 ซึ่งถือว่าเป็นวัดสุดท้ายของการเดินทางในวันนี้ นั่นคือ วัดผาอ่าง สำหรับ วัดผาอ่าง นั้นเป็นวัดขนาดเล็ก สภาพแวดล้อมทั่วไปติดกับป่าสัก สิ่งสำคัญของวัดนี้คือ เจดีย์ประธานวัดผาอ่าง เป็นเจดีย์ศิลปะพม่า ลักษณะเจดีย์มีทรงสูงเพรียว ที่ฐานมุมทั้ง 4 ประดับด้วยเจดีย์จำลองขนาดเล็ก ในด้านลักษณะของซุ้มพระพุทธรูปนั้น เป็นซุ้มก่ออิฐฉาบปูน ราวบันไดทำเป็นรูปสิงห์หมอบ ผนังด้านข้างของซุ้มทั้ง 2 ด้านประดับด้วยประติมากรรมปูนปั้นรูปเทวดา ในท่ากำลังเหาะ ซึ่งหมายถึงเหล่าเทวดาที่กำลังเหาะมาเฝ้าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือการเสด็จเหาะลงมาสักการะพระธาตุแห่งนี้นั่นเอง

ดูแผนที่การเดินทางไปไหว้พระทั้ง 9 วัด ได้ที่เมนูด้านขวามือ ตรง “แผนที่บ้านครูอี๊ด” ค่ะ

อ่านประวัติ/ที่มาที่ไปวัดต่างๆในเมืองแม่ฮ่องสอน :

http://www.chankalay.com/web2008/?name=knowledge

click

โปรแกรมท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน(อื่นๆ) 

ปางอุ๋ง