ครูอี๊ด + ลุงหน่อย = บ้านชมดอย Homestay เฮือนพักกู้ยามของความประทับใจ๋ เมื่อมาเยี่ยมยามเมืองแม่ฮ่องสอน “ที่รวมข้อมูล(เกือบ)ทุกเรื่องในตัวเมืองสามหมอก ลองแวะอ่านดูซักหน่อย เผื่อตอบคำถามบางอย่างที่อยากรู้”

ข้าวกั้นจิ้น จิ้นส้มเงี้ยว ข้าวเงี้ยว มกราคม 15, 2009

Filed under: ไม่มีหมวดหมู่ — ครูอี๊ด @ 5:59 pm

หายไปนาน หายไปนาน sorry sorry เจ้า ไปช่วยครูอี๊ดรับแขกมาเช่นกัน (ข้ออ้างเดียวกับน้าป๋อง ณ ผาบ่อง hi hi) มีแขกเข้าบ้านเยอะทุกวัน ครูอี๊ดรับแขก + ทำความสะอาดบ้านคนเดียวไม่ไหว ป้านิดกับน้าหล้าก็ต้องไปช่วยแบ่งเบางานเจ้า ไม่งั้นครูอี๊ดหมดแรงพอดี


น้าหล้า : วันนี้แนะนำอาหารอะไรดี?

ป้านิด : อือ ! คิดก่อนนะ อ๋อ ! นึกออกแล้ว แนะนำข้าวกั้นจิ้น หรืออีกชื่อหนึ่งที่เรียกว่า จิ้นส้มเงี้ยว หรือ ข้าวเงี้ยว ดีกว่า ลูกๆรู้จักกันไหมเอ่ย?


ข้าวกั้นจิ้น คือ ข้าวสวยคลุกด้วยเนื้อหมูสับและนำไปห่อใบตองนึ่ง โรยกระเทียมเจียว กินกับพริกทอด มักขายคู่กับขนมจีนน้ำเงี้ยว

ข้าวกั้นจิ้น ในสมัยก่อนจะใส่เลือด โดยเอาเลือดไปคั้นกับใบตะไคร้ก่อน แล้วจึงผสมกับข้าว นวดให้เข้ากัน ทำให้ได้ข้าวที่รสชาติหอม

การที่ต้องนำเลือดไปขย้ำกับใบตะไคร้และใส่เกลือเล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดจับตัวกันเป็นก้อนแข็งและทำให้ไม่มีกลิ่นคาว

การนวดภาษาเหนือเรียกว่าการ “กั้น”

คำว่า “จิ้น” หรือ “จิ๊น” แปลว่า เนื้อ

ถ้าใช้ข้าว 3 ถ้วยจะใช้เลือดประมาณ 1/2 ถ้วย

เครื่องปรุง

เนื้อหมูหรือเนื้อวัวสับ 2 ขีด

ข้าวสวย 2 ถ้วย

พริกแห้งทอดกรอบ

ต้นหอมผักชี

กระเทียมเจียว 2 ช้อนโต๊ะ

พริกไทยป่น

เกลือป่น 1 ช้อนชา

หอมหัวใหญ่

วิธีทำ

1. ล้างเนื้อหมู(วัว) แล้วสับให้ละเอียด

2. แกะและสับกระเทียมให้พอแหลก

3. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันเล็กน้อย เจียวกระเทียมพอให้หอมกรอบ แล้วตักใส่ถ้วยพักเอาไว้

4. นำข้าวสวยมาคลุกกับเนื้อหมู(วัว)สับ ปรุงรสด้วยพริกไทยป่น เกลือป่น เหยาะน้ำปลาเล็กน้อย แล้วคลุกเคล้าให้ทั่ว

5. นำใบตองที่เช็ดสะอาดฉีกเป็นใบๆ กว้างพอประมาณ นำเครื่องปรุงที่คลุกเคล้าเรียบร้อยแล้ว ตักใส่ 1 ทัพพี แล้วห่อเป็นรูปสามเหลี่ยม ทำจนหมดเครื่องปรุง

6. นำข้าวกั้นจิ้นที่ห่อแล้ว ไปนึ่งที่รังถึงด้วยไฟแรงประมาณ 10-15 นาที แล้วยกลง พร้อมเสริฟได้

7. แกะใบตองออก จัดข้าวใส่จาน โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว บีบมะนาว รับประทานกับพริกทอด หอมหัวใหญ่หั่น และหอมแดง

ข้าวกั้นจิ้นนั้นโดยมากจะทานกับขนมจีน หรือจะทานข้าวกั้นจิ้น ต่างหาก แล้วราดด้วยน้ำขนมจีนสูตรน้ำใส ก็ไม่ผิดกติกา หรือจะเอาขนมจีนผสมกับข้าวกั้นจิ้น ก็ย่อมได้ อร่อยไปอีกแบบ รวมทั้งต้องรับประทานตอนร้อนๆจะอร่อยอย่างมาก


รู้ไว้นะจะบอกให้……….

 

แนะนำอาหารไทยใหญ่อาทิตย์ที่ผ่านมา

 

ข้าวแรมฟืน

http://baankruaeed.wordpress.com/2008/11/08/taifood

แกงฮังเล

http://baankruaeed.wordpress.com/2008/11/17/taifood2

อุ๊บไก่

http://baankruaeed.wordpress.com/2008/11/25/taifood3

 

วนอุทยานผาหินตั้ง : บ้านห้วยเดื่อ หมู่ 3 ผาบ่อง มกราคม 8, 2009

Filed under: ไม่มีหมวดหมู่ — ครูอี๊ด @ 6:04 pm

สวัสดีปีใหม่ครับ

น้าป๋องห่างหายไปนาน เนื่องจากต้องช่วยครูอี๊ดรับแขกที่มาพักบ้านชมดอยทุกวันเลยครับ ทำให้ไม่ค่อยมีเวลามา update ข่าวสารข้อมูลมุมท่องเที่ยวผาบ่องนี้เลย ทั้งๆที่มีแฟนคลับติดตามเป็นประจำ น้าป๋องต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

อาทิตย์นี้จะชวนพวกเราไปเที่ยววนอุทยานผาหินตั้งครับ ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 3 ของตำบลผาบ่อง

142_28591

np165t1p11

อย่างที่น้าป๋องเคยบอกไว้ก่อนหน้านั้นแล้วว่า ตำบลผาบ่อง ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประกอบด้วย 12 หมู่บ้านได้แก่

หมู่ที่ 1 บ้านผาบ่อง, หมู่ที่ 2 บ้านป่าปุ๊, หมู่ที่ 3 บ้านห้วยเดื่อ, หมู่ที่ 4 บ้านแม่สะกึด, หมู่ที่ 5 บ้านท่าโป่งแดง, หมู่ที่ 6 บ้านห้วยโป่งกาน, หมู่ที่ 7 บ้านห้วยแก้ว, หมู่ที่ 8 บ้านขุนห้วยเดื่อ, หมู่ที่ 9 บ้านห้วยน้ำส่อม, หมู่ที่ 10 บ้านหัวน้ำแม่สะกึด, หมู่ที่ 11 บ้านม่อนตะแลง, หมู่ที่ 12 บ้านผาบ่องเหนือ

ซึ่งใน 3 ครั้งที่ผ่านมา น้าป๋องได้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในหมู่ที่ 1 คือ น้ำพุร้อนผาบ่อง

http://www.baankruaeed.wordpress.com/2008/11/07/pha_bong

และหมู่ที่ 2 คือ บ้านป่าปุ๊ (แนะนำ 2 แห่ง)

www.baankruaeed.wordpress.com/2008/11/14/baanpapu

http://baankruaeed.wordpress.com/2008/11/25/homestay ไปแล้ว

มาครั้งนี้หมู่ที่ 3 ครับ


วนอุทยานผาหินตั้ง ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ปายฝั่งขวา มีเนื้อที่ประมาณ 3,500 ไร่ กรมป่าไม้ได้ดำเนินการจัดตั้งเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2540 มีอาณาเขตติดต่อโดยใช้แนวเขตธรรมชาติ ลำน้ำปาย ลำห้วยจอง ลำห้วยปูแกงและยอดเขาเป็นแนวเขตวนอุทยานดังนี้

ทิศเหนือ จดทิวเขาป่าสงวนฯ ป่าแม่ปายฝั่งขวาและบ้านห้วยเสือเฒ่า

ทิศใต้ จดลำน้ำปาย

ทิศตะวันออก จดบ้านห้วยปูแกง (กะเหรี่ยงคอยาว)

ทิศตะวันตก จดบ้านน้ำเพียงดิน (บ้านโท้งปู่จ๋าย)

สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นภูเขาและมีที่ราบเนินเขาริมน้ำปาย มียอดเขาสูงสุดจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 630 เมตร

สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์มาก พบป่า 3 ชนิด คือ ป่าเบญจพรรณ

ป่าเต็งรัง และป่าดิบเขา

เสน่ห์ของการท่องเที่ยววนอุทยานผาหินตั้ง คือ การล่องเรือจากท่าเรือบ้านห้วยเดื่อ ชมทัศนียภาพอันสวยงาม ชมความสมบูรณ์ของสภาพป่าไม้ และสัตว์ป่า 2 ลำฝั่งน้ำปาย ถึงบริเวณสุดเขตแดนไทยพม่า ที่บ้านน้ำเพียงดิน แวะชมถ้ำน้ำเพียงดิน ซึ่งเป็นถ้ำหินปูนภายในมีความกว้างพอสมควร ลึกประมาณ 50 เมตร มีหินย้อยสวยงามอยู่ทั่วไป บริเวณปากถ้ำเป็นที่ตั้งของวัดถ้ำน้ำเพียงดิน ทางวัดมีการเข้าไปปรับปรุงตกแต่งในถ้ำบ้าง เช่น นำพระพุทธรูปไปไว้ในถ้ำและปากถ้ำ และสิ่งแปลก คือ มีน้ำไหลออกจากตัวถ้ำตลอดเวลา

และเยี่ยมชมหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว บ้านห้วยปูแกง ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีกะเหรี่ยงคอยาวมาอาศัยอยู่ มีการแต่งตัวและขายของที่ระลึกแก่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมทุกวัน

 

http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O7397688/O7397688.html


การเดินทาง

(1) ทางรถยนต์

จากตัวจังหวัดแม่ฮ่องสอนไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 108 ไปทางอำเภอแม่สะเรียง ประมาณ 7 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านแม่สะกึด ผ่านบ้านแม่สะกึดพบทางแยกไปบ้านน้ำเพียงดินเลี้ยวซ้ายประมาณ 5 กิโลเมตร ถึงวนอุทยาน

หรือเดินทางออกจากตัวจังหวัดแม่ฮ่องสอนเลี้ยวขวาผ่านบ้านท่าโป่งแดง เลี้ยวซ้ายไปบ้านห้วยเดื่อ ผ่านบ้านห้วยเดื่อไปทางบ้านแม่สะกึดเลี้ยวขวาไปบ้านน้ำเพียงดิน รวมระยะทางการเดินทางจากตัวจังหวัดแม่ฮ่องสอนถึงบริเวณที่จะจัดตั้งวนอุทยาน ระยะประมาณ 25 กิโลเมตร

(2) ทางเรือ

ออกจากตัวจังหวัดแม่ฮ่องสอนโดยทางรถยนต์ เลี้ยวขวาผ่านบ้านท่าโป่งแดงเลี้ยวซ้ายไปบ้านห้วยเดื่อ ประมาณ 6 กิโลเมตร จะมีท่าเรือบ้านห้วยเดื่อ มีเรือรับจ้างเดินทางไปหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวและบ้านน้ำเพียงดิน ซึ่งผ่านบริเวณที่ตั้งวนอุทยาน นักท่องเที่ยวมักนิยมใช้เส้นทางนี้เนื่องจากสามารถชมทัศนียภาพธรรมชาติสวยงามสองฝากฝั่งลำน้ำปาย

ที่พัก

วนอุทยานผาหินตั้ง ไม่มีบ้านพักบริการแก่นักท่องเที่ยว ต้องนำเต็นท์ไปกางเอง โดยให้ติดต่อขออนุญาตใช้สถานที่กับเจ้าหน้าที่วนอุทยานผาหินตั้งโดยตรงครับ (โทรศัพท์ 0 5361 2078 โทรสาร 0 5361 2078)


แล้วพบกันอาทิตย์หน้าครับ

จะเดินทางพาทุกท่านไปชมแหล่งท่องเที่ยวในหมู่ที่ 10 บ้านหัวน้ำแม่สะกึด : น้ำตกแม่สะกึด, น้ำตกห้วยหลวง , อ่างเก็บน้ำนากระจง และจุดชมวิวดอยสันฟ้า(ทะเลหมอก)

น้าป๋อง ณ ผาบ่อง

8 มกราคม 52

file03121


 

ครอบครัวครูอี๊ด : 1 มกราคม 52 – 53 รอใส่บาตรรับแสงตะวันใหม่

Filed under: ไม่มีหมวดหมู่ — ครูอี๊ด @ 11:05 am

1 มกราคม 2552 เวลา 7 โมงเช้า

ครูอี๊ด ลุงหน่อย ยายไหว เจ้าบอม (ลูกชายคนโต) ป่าน(แฟนบอม) พวกเรารอใส่บาตรรับแสงตะวันใหม่บริเวณหน้าตลาดสายหยุด แม่ฮ่องสอน

ส่วนบิ๊ก ลูกชายคนเล็ก ต้องอยู่โยงเฝ้าบ้านที่เชียงใหม่ รับแขกอีกชุดหนึ่ง ลูกชายของพี่สาวครูอี๊ดที่มาเยี่ยมเยือนเมืองเชียงใหม่ในช่วงนั้นพอดี

และ 1 มกราคม 2553 เวลาเดิม ที่เดิม

มีเพียงครูอี๊ด บอม กับป่าน เท่านั้น ลุงหน่อยต้องทำหน้าที่เป็นไกด์พาแขกจาก ปตท. ขึ้นปางอุ๋ง ส่วนบิ๊กตอนนี้เป็นข้าราชการกรมทางอยู่ที่อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ต้องอยู่เฝ้าถนน คอยระวังอุบัติเหตุที่จะเกิดกับนักท่องเที่ยว

 

9 เส้นทางท่องเที่ยวสู่แม่ฮ่องสอน ธันวาคม 13, 2008

9 เส้นทางท่องเที่ยวสู่แม่ฮ่องสอน

แนะนำโดย ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน

ครูอี๊ดได้แวะไปหาเพื่อนที่ ททท.แม่ฮ่องสอนมาเจ้า ไปหาข้อมูลเพิ่มเพื่อมาแนะนำลูกๆนี้ล่ะ ทำอย่างไรให้ลูกมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการมาเยือนเมืองสามหมอกมากที่สุด เพื่อนครูอี๊ดเลยแนะนำ 9 เส้นทางท่องเที่ยวสู่แม่ฮ่องสอน ให้ครูอี๊ดฮู้จัก ครูอี๊ดเลยมาโพสต์ต่อ ณ ที่นี้ ขอบคุณ ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน จ๊าตนักเจ้า

เราเริ่มเดินทางไปแม่ฮ่องสอน เมืองสามหมอก ด้วยกัน ณ บัดนี้

เส้นทางที่ 1

“เส้นทาง อมตะแห่งขุนเขา พันแปดร้อยหกสิบสี่ (1,864) โค้ง”

เส้นทางที่ 2

“ เส้นทาง โรแมนติกแห่งปาย”

เส้นทางที่ 3

“เส้นทาง สูงสุดแดนสยาม งามทุ่งบัวตอง กองมูเสียดฟ้า”

เส้นทางที่ 4

“เส้นทาง สาม (3) แม่”

เส้นทางที่ 5

“เส้นทาง เมืองเถิน สู่ดอยเต่า เข้าแม่สะเรียง”

เส้นทางที่ 6

“เส้นทางจากดอยแม่สลอง สู่ท่าตอน พักผ่อนที่เมืองปาย”

เส้นทางที่ 7

“เส้นทาง สัมผัสสะเมิง สู่สนสวยวัดจันทร์ สุดมันที่เมืองปาย”

เส้นทางที่ 8

“เส้นทาง ออฟโรด จากป่าสนวัดจันทร์ ห้วยปูลิง สู่เมืองสามหมอก”

เส้นทางที่ 9

“เส้นทาง สักการะเจ้าแม่จามเทวี พระธาตุจอมทอง ท่องเมืองสามหมอก”

E8299555-1


e7206478-5

เส้นทางที่ 1

“เส้นทาง อมตะแห่งขุนเขา พันแปดร้อยหกสิบสี่ (1,864) โค้ง”

วันแรก : เริ่มต้นจากตัวเมืองเชียงใหม่ โดยทางหลวง 108 ผ่านหางดง แวะนมัสการพระบรมธาตุศรีจอมทอง ตรงเข้าสู่อำเภอฮอด แวะชมอุทยานแห่งชาติออบหลวง จากนั้นไปสวนสนบ่อแก้ว แล้วเดินทางต่อยังอำเภอแม่สะเรียง สัมผัสแม่สะเรียง เช่น นมัสการพระธาตุ 4 จอม ประกอบด้วย พระธาตุจอมแจ้ง พระธาตุจอมทอง พระธาตุจอมมอญ พระธาตุจอมกิตติ รวมทั้ง พิพิธภัณฑ์แม่สะเรียง ศูนย์ศิลปาชีพแม่สะเรียง พักค้างแรมที่แม่สะเรียง หากมีเวลาไปล่องเรือแม่น้ำสาละวิน

วันที่สอง : ออกจากแม่สะเรียง สู่แม่ลาน้อย แวะชิมกาแฟห้วยห้อมที่ศูนย์บริการท่องเที่ยวแม่ลาน้อย แล้วไปสัมผัสถ้ำแก้วโกมล (หนึ่งใน 3 ของโลก และ แหล่งท่องเที่ยวอันซีน) จากนั้นเข้าสู่อำเภอขุนยวม ชมพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 วัดต่อแพ ทุ่งดอกบัวตองบนดอยแม่อูคอ (เฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายน – กลางธันวาคม) แล้วตรงเข้าสู่แม่ฮ่องสอน รับประกาศนียบัตรผู้พิชิต 1,864 โค้งจากหอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน

วันที่สาม : เช้าตักบาตรพระ ชมตลาดสายหยุด พระธาตุดอยกองมู วัดจองคำ-จองกลาง แล้วออกเดินทางไปชมสถานที่ท่องเที่ยวนอกเมือง เช่น ถ้ำปลา หมูบ้านจีนยูนนานรักไทย โครงการตามประราชดำริปางตอง 2 หรือ ปางอุ๋ง ภูโคลนคันทรี่คลับ ตอนเย็นกลับที่พักในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน กลางคืนสัมผัสกิจกรรมถนนคนเดิน

วันที่สี่ : ออกจากแม่ฮ่องสอน ไปปางมะผ้า ชมถ้ำน้ำลอด (แหล่งท่องเที่ยวอันซีน) เดินทางต่อไปยังปาย แวะจุดชมวิวดอยกิ่วลม ถึงปาย นมัสการหลวงพ่ออุ่นเมืองที่วัดน้ำฮู หมู่บ้านจีนสันติชล จิบกาแฟที่คอฟฟี่อินเลิฟ เก็บภาพอันสวยงามที่สะพานประวัติศาสตร์ปาย โป่งร้อนท่าปาย ชมทิวทิศน์ยามเย็นเมืองปายที่วัดพระธาตุแม่เย็น เข้าที่พักในปาย ตอนค่ำสัมผัสเมืองปายยามค่ำคืนบริเวณถนนรังสิยานนท์

วันที่ห้า : เช้าออกจากปาย ไปสัมผัสอากาศหนาวเย็น ทะเลหมอก สูดอากาศแสนบริสุทธิ์ ที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จากห้วยน้ำดัง เข้าสู่เชียงใหม่ แวะชมโป่งเดือดป๋าแป๋ (น้ำพุร้อนประเภทไกเซอร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย) บ่ายถึงเชียงใหม่ โดยสวัสดิภาพ

• หมายเหตุ : การท่องเที่ยวตามเส้นทางนี้ หากมีเวลาจำกัด สามารถปรับโปรแกรมเป็น 3 วัน 2 คืน ได้

เส้นทางที่ 2 “ เส้นทาง โรแมนติกแห่งปาย”

วันแรก : เริ่มต้นจากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้นทาง 107 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทาง 1095 บริเวณบ้านแม่มาลัย แวะ ชมโป่งเดือดป๋าแป๋ ก่อนเข้าปาย สัมผัสทิวทัศน์อันสวยงามอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ถึงปายตอนบ่ายๆ ชมสะพานประวัติศาสตร์ปาย จิบกาแฟที่ร้านกาแฟวาวี หรือที่คอฟฟี่อินเลิฟพร้อมบรรยากาศชิวๆ ก่อนเข้าที่พัก

วันที่สอง : เช้าสัมผัสปายยามเช้า สายไปนมัสการหลวงพ่ออุ่นเมืองที่วัดน้ำฮู ชมหมู่บ้านจีนสันติชล โป่งร้อนท่าปาย ชมทิวทัศน์ยามเย็นเมืองปายที่วัดพระธาตุแม่เย็น เข้าที่พักในปาย ตอนค่ำสัมผัสเมืองปายยามค่ำคืนบริเวณถนนรังสิยานนท์

วันที่สาม : ออกเดินทางจากปาย ไปอำเภอปางมะผ้า แวะสัมผัสอากาศหนาวที่จุดชมวิวกิ่วลม จากนั้นไปชมความมหัศจรรย์ถ้ำน้ำลอด จากถ้ำน้ำลอด ตรงเข้าสู่แม่ฮ่องสอน พร้อมสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวอันขึ้นชื่อต่างๆ ในแม่ฮ่องสอน เช่น ถ้ำปลา ปางอุ๋ง บ้านรักไทย ภูโคลน วัดจองคำ-จองกลาง พระธาตุดอยกองมู

วันที่สี่ : จากแม่ฮ่องสอน ไปสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวตามเส้นทางจาก แม่ฮ่องสอน ขุนยวม แม่ลาน้อย แม่สะเรียง (อาจแวะพักค้างแรมที่แม่สะเรียง เพื่อเข้าสู่เชียงใหม่ หรือ ท่องเที่ยวต่อตามเส้นทางท่องเที่ยว 3 แม่ในวันถัดไป)

• หมายเหตุ : แหล่งท่องเที่ยวเส้นทางที่ 1 และ 2 สามารถปรับชมได้ตามความต้องการ เพราะเส้นทางที่ 1 และ เส้นทางที่ 2 เพราะสามารถเดินทางเป็นรอบวงกลมเดียวกันได้

เส้นทางที่ 3

“เส้นทาง สูงสุดแดนสยาม งามทุ่งบัวตอง กองมูเสียดฟ้า”


วันแรก : เริ่มต้นจากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปยังจอมทอง ตามทางหลวง 108 เลี้ยวเข้าสู่อุทยานแห่งชาติอินทนนท์ ตามเส้นทางแวะชม น้ำตกแม่กลาง โครงการหลวงขุนวาง พระธาตุนภเมทนีดล พระธาตุนภพลภูมิสิริ จากนั้นเข้าสู่แม่แจ่ม เมืองเล็กๆ กลางหุบเขา มีชนพื้นเมืองชาวลัวะ ที่ยังคงทอผ้าที่มีลวดลายเป็นของตนเอง อีกหนึ่งสินค้ามีชื่อจากอำเภอแม่แจ่ม จากแม่แจ่มเข้าสู่ขุนยวม หากเดินทางในช่วงพฤศจิกายน – กลางธันวาคม ทุ่งดอกบัวตองบานบนดอยแม่อูคอจะบานสะพรั่งและสวยงาม จากนั้นเข้าสู่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยกองมู อันศักดิ์สิทธิ์ ของชาวแม่ฮ่องสอน

วันที่สอง : สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนสามารถเดินทาง ท่องเที่ยวต่อตามเส้นทาง – แม่ฮ่องสอน – ปางมะผ้า – ปาย – เชียงใหม่ (เส้นทางท่องเที่ยวที่ 1 )

เส้นทางที่ 4

“เส้นทาง สาม (3) แม่”



วันแรก : เริ่มต้นจากตัวเมืองแม่สอด จังหวัดตาก เดินทางสู่แม่สะเรียง ตามเส้นทาง 105 ผ่านแหล่งท่องเที่ยว ที่น่าสนใจ ได้แก่ ตลาดริมเมยที่แม่สอด นมัสการพระพุทธรูปหินอ่อนที่แม่ระมาด ถ้ำแม่อุสุที่สบเมย อุทยานแห่งชาติแม่เมย และเข้าสู่แม่สะเรียง

วันที่สอง : เดินทางนมัสการพระธาตุ 4 จอม ( จอมทอง / จอมมอญ /จอมกิตติ /จอมแจ้ง ) แวะล่องเรือหางยาว ชมลำน้ำสาละวิน ณ บ้านแม่สามแลบ แวะชมและซื้อสินค้าของที่ระลึกที่ศูนย์ศิลปาชีพแม่สะเรียง จากแม่สะเรียงสามารถเดินทาง ท่องเที่ยวต่อตามเส้นทาง – จาก แม่สะเรียง – แม่ลาน้อย – ขุนยวม – แม่ฮ่องสอน – ปางมะผ้า – ปาย และเชียงใหม่( เส้นทางเส้นท่องเที่ยวเส้นทางที่ 1 )

เส้นทางที่ 5

“เส้นทาง เมืองเถิน สู่ดอยเต่า เข้าแม่สะเรียง”

วันแรก : เริ่มต้นอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง เข้าลี้ จังหวัดลำพูน เข้าดอยเต่า ถึงดอยเต่าแวะชมทะเลสาบดอยเต่าเนือเหนือเขื่อนภูมิภล จากนั้นเข้า อำเภอฮอด ถึง ฮอด จากฮอดสามารถเดินทาง ท่องเที่ยวต่อตามเส้นทาง – จากฮอด – แม่สะเรียง แม่ลาน้อย ขุนยวม แม่ฮ่องสอน ปางมะผ้า ปาย และ เชียงใหม่ ( เส้นทางท่องเที่ยวเส้นทางที่ 1 )

* หมายเหตุ เส้นทางนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจาก กรุงเทพฯ และ ภาคอื่นๆ ที่ต้องการเดินทางมาแม่ฮ่องสอน เป็นจุดหมายแรก

เส้นทางที่ 6

“เส้นทางจากดอยแม่สลอง สู่ท่าตอน พักผ่อนที่เมืองปาย”

วันแรก : เริ่มต้น จากจังหวัดเชียงราย แวะชม ดอยแม่สะลอง ชิมชารสเลิศ เดินทางต่อมายังท่าตอน ผ่านอำเภอฝาง เชียงดาว เข้าแม่แตง เลี้ยวขวาเข้าอำเภอปาย ถึงปายจากฮอดสามารถเดินทาง ท่องเที่ยวต่อตามเส้นทาง – จากฮอด – แม่สะเรียง แม่ลาน้อย ขุนยวม แม่ฮ่องสอน ปางมะผ้า ปาย และ เชียงใหม่ ( เส้นทางท่องเที่ยวเส้นทางที่ 1 )

เส้นทางที่ 7

“เส้นทาง สัมผัสสะเมิง สู่สนสวยวัดจันทร์ สุดมันที่เมืองปาย”

วันแรก : เริ่มต้น จังหวัดเชียงใหม่ เดินทางเข้าสะเมิงผ่านทางแม่ริม จากตัวเมืองเชียงใหม่ 17 กม. เลี้ยวซ้ายเข้าน้ำตกแม่สา แวะชมสวนงู สวนกล้วยไม้ ฟาร์มผีเสื้อ น้ำตกแม่สา ปางช้างแม่สา และสวนพฤษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ( แวะซื้อสตรอเบอรี่สดได้ ช่วง เดือนกุมภาพันธ์ )จากนั้น เข้าอำเภอสะเมิง ผ่านบ้านขุนแม่ทะละ บ้านดงสาหมื่น บ้านวัดจันทร์ (เส้นทางจากบ้านขุนแม่ทะละถึงบ้านวัดจันทร์ เป็นเส้นทางออฟโรด )

วันที่สอง : จากบ้านวัดจันทร์ มุ่งสู่อำเภอปาย สัมผัสเมืองปาย จากปายสามารถเดินทางทางเที่ยวต่อตามเส้นทาง – จากปาย ไป ปางมะผ้า ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน แม่สะเรียง ฮอด จอมทอง เชียงใหม่ ( เส้นทางที่ 1 ) – จากปาย กลับ เชียงใหม่ แวะ ห้วยน้ำดัง โป่งเดือดป่าแป๋ ( เส้นทางที่ 2 )


เส้นทางที่ 8

“เส้นทาง ออฟโรด จากป่าสนวัดจันทร์ ห้วยปูลิง สู่เมืองสามหมอก”

วันแรก : เริ่มต้น จากตัวเมืองเชียงใหม่ สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวเส้นทางแม่ริม-สะเมิง ไปยังบ้านวัดจันทร์ พักค้างแรมที่บ้านวัดจันทร์ เช่น บ้านพักองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้วัดจันทร์

วันที่สอง : สัมผัสความสวยงามป่าสน แล้ว ออกเดินทางจากบ้านวัดจันทร์ ตะลุยเส้นทางสุดมัน ผ่านบ้านห้วยตอง บ้านห้วยปูเลย ห้วยปูลิง บ้านห้วยฮี้ พักค้างแรมที่บ้านห้วยฮี้ สัมผัสวิถีชีวิตหมู่บ้านปกาเกอะญอ

วันที่สาม : ออกจากบ้านห้วยฮี้ เข้าสู่เมืองแม่ฮ่องสอน จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนสามารถท่องเที่ยวท่องเที่ยวตามเส้นทาง – จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ไปยัง แม่ลาน้อย แม่สะเรียง ฮอด จอมทอง เชียงใหม่ ( เส้นทางที่ 1 ) – จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ไปยัง ปางมะผ้า ปาย เชียงใหม่ ( เส้นทางที่ 2 )

เส้นทางที่ 9

“เส้นทาง สักการะเจ้าแม่จามเทวี พระธาตุจอมทองท่องเมืองสามหมอก



วันแรก เริ่มต้นจากตัวเมืองลำพูน สักการะพระธาตุหริภุญชัย และ อนุสาวรีย์เจ้าแม่จามเทวี แล้วเดินทางออกจากเมืองลำพูน ไปบ้านหนองเงือก อ.ป่าซาง แวะซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายอันลือชื่อของลำพูน จากนั้น เดินทางไปสู่อำเภอจอมทอง นมัสการพระธาตุจอมทอง จากจอมทองสามารถเดินทางท่องเที่ยวตามเส้นทาง – เส้นทางที่ 1 จากจอมทอง ไปยัง อำเภอฮอด แม่สะเรียง แม่ลาน้อย แม่ฮ่องสอน – เส้นทางที่ 3 จากจอมทอง ไปยัง อินทนนท์ แม่แจ่ม ขุนยวม แม่ฮ่องสอน

ลูกๆสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน โทร. 053-612982 – 3 นะเจ้า


click


โปรแกรมท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน(อื่นๆ)


ปางอุ๋ง



 

ไหว้พระ 9 วัด สุขกายสุขใจในเมืองสามหมอก พฤศจิกายน 28, 2008

Filed under: ไหว้พระ 9 วัด — ครูอี๊ด @ 12:25 pm

        เวลาพวกเรามาพักที่บ้านชมดอยครั้งใด ครูอี๊ดและลุงหน่อยชอบพาพวกเราไปไหว้พระค่ะ ที่เมืองแห่งนี้มีวัดน่าสนใจอย่างน้อยถึง 9 วัด รวมทั้งบางวัด เช่น วัดพระธาตุดอยกองมู ถ้ามองจากมุมสูงจากบนวัดลงมาด้านล่าง จะสามารถมองเห็นเมืองแม่ฮ่องสอนได้ทั้งเมือง แม่ฮ่องสอนเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ เป็นเมืองเล็ก ๆที่อยู่ในหุบเขา มีภูเขาล้อมรอบทุกด้าน

 dscf15002

      “ย่าอี๊ดกับหลานบาส (ลูกพี่บอม)”

 

           เราเริ่มต้นเดินทางไปไหว้พระกันเลยค่ะ

 

          วัดแรกคือ วัดพระธาตุดอยกองมู เดิมชาวบ้านเรียกวัดนี้ว่า วัดปลายดอยบ้าง วัดดอยกองมูบ้าง ตั้งอยู่บนดอยกองมู ทางทิศตะวันตกของเมืองแม่ฮ่องสอน ก่อนที่จะมีการสร้างวัด เดิมพื้นที่ตรงนี้เป็นที่ซ่องสุมของโจรผู้ร้าย ซึ่งจะลงมาปล้นชาวบ้าน แล้วก็จะหลบขึ้นไปอยู่บนดอย ต่อมามีการปราบปรามและก็ได้สร้างวัดนี้ขึ้นแทน โดยมี จองต่องสู่เป็นผู้สร้างเจดีย์องค์ใหญ่ และศาลาการเปรียญถวาย ต่อมาพญานางสิงหนาทราชาขึ้นครองเมืองแม่ฮ่องสอน และได้สร้างเจดีย์องค์เล็กถวายอีกองค์หนึ่ง

 e0b897e0b8b2e0b887e0b882e0b8b6e0b989e0b899e0b89ee0b8a3e0b8b0e0b898e0b8b2e0b895e0b8b8e0b894e0b8ade0b8a2e0b881e0b8ade0b887e0b8a1e0b8b9

          วัดที่ 2 ‘วัดพระนอน สำหรับวัดพระนอนแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมือง ติดกับทางขึ้นวัดพระธาตุดอยกองมู นับว่าเป็นวัดที่สำคัญอย่างมาก เพราะถือว่าเป็นวัดแรกที่เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนเป็นผู้สร้าง และใช้เป็นที่บรรจุอัฐิของเจ้าเมืองทุกพระองค์ วัดพระนอนแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระนอนองค์ใหญ่ที่สุดของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์พระประธานวัดพระนอน สร้างตามศิลปะไทยใหญ่ผสมผสานกับศิลปะพม่า มีความยาว 12 เมตร

 

        วัดที่ 3 ใกล้ๆกับวัดพระนอน คือ วัดก้ำก่อ เป็นภาษาไต แปลว่า ดอกบุนนาคเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองชาวแม่ฮ่องสอน มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม โดยเฉพาะลักษณะพิเศษของหลังคาคลุมทางเดิน ตั้งแต่ซุ้มทางเข้าไปจนถึงศาลา ซึ่งในสมัยก่อนคนที่จะเดินเข้าวัดต้องถอดรองเท้าบริเวณทางเข้าซุ้ม เพราะมีความเชื่อว่า จะได้ไม่เอาทราย (ของวัด) ออกจากวัด นอกจากนี้ยังมีตำราภาษาไทยใหญ่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยอีกด้วย

 e0b881e0b989e0b8b3e0b881e0b988e0b8ad

        วัดที่ 4 คือ วัดม่วยต่อ ตั้งอยู่ที่ ถนนผดุงม่วยต่อ ซึ่งได้รับคัดเลือกให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างประจำปี 2507 จากกรมศาสนา ที่วัดแห่งนี้นอกจากจะมีพระประธานในอุโบสถที่เป็นพระพุทธรูปทองเหลือง และพระประธานที่อยู่ในศาลาการเปรียญที่เป็นพระพุทธรูปเนื้อสัมฤทธิ์ ศิลปะพม่าแล้ว ยังมีงาช้างที่แกะสลักเป็นพระพุทธรูปอีก จำนวน 2 คู่

 

วัดที่ 5 ถือว่าเป็นวัดที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน นั้นก็คือ พระอารามหลวงวัดจองคำ จองกลาง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ซึ่งแต่เดิมพระอารามหลวงแห่งนี้คือ วัดจองคำ และวัดจองกลาง ไม่ได้รวมกันแต่อย่างใด ต่อมาทางกรมศาสนา ตั้งใจที่จะยกให้เป็นพระอารามหลวง จึงรวม 2 วัดนี้เข้าด้วยกัน เพื่อให้เข้าหลักเกณฑ์ของการเป็นพระอารามหลวง สำหรับวัด 2 วัดนี้ก็มีประวัติที่แตกต่างกัน

 

วัดจองคำเป็นที่ตั้งของวิหารหลวงพ่อโต เป็นอาคารศิลปะผสมผสานไทยใหญ่ พม่า และตะวันตก และเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโต หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า เจ้าพลาโหลงเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในเมืองแม่ฮ่องสอน และหลังจากที่วัดถูกไฟไหม้เมื่อปี 2513 ได้มีการสร้างศาลาการเปรียญขึ้นมาใหม่ ในระหว่างการขุดเสา พบแผ่นเงินจารึก มีความว่า วัดจองคำสร้างเมื่อ พ.ศ. 2370 โดยศรัทธาชาวบ้าน

 

วัดจองกลางเรียกตามชื่อที่ตั้งเดิม ที่อยู่ระหว่างวัดจองคำและวัดจองใหม่ (ปัจจุบันคือโรงเรียนพระปริยัติธรรม) เดิมวัดเป็นศาลาที่พักของคนที่มาจำศีลในวันพระ ต่อมาบุตรหลานของพญาสิงหนาทราชาได้เสียชีวิตลง จึงนำศพมาไว้ที่ศาลาจำศีล และได้บูรณะซ่อมแซมศาลาให้สวยงาม สิ่งสำคัญในวัดก็มี เจดีย์วิหารเล็ก ศาลาการเปรียญวัด ซึ่งเป็นอาคารไม้มุงสังกะสีสูงเป็นชั้น เรียกตามลักษณะช่างว่า สองคอสามชายพร้อมด้วยจิตรกรรมหลังกระจก ที่นำมาจากเมืองมัณฑะเลย์ เป็นเรื่องราวประวัติของพระพุทธเจ้า พระเวสสันดรชาดก จำนวน 180 ภาพ

 

วัดที่ 6 คือ วัดหัวเวียง ส่วนที่เรียกว่า วัดหัวเวียง เพราะที่ตั้งของวัดอยู่หัวเมืองแม่ฮ่องสอน โดยศรัทธาของชาวบ้าน ที่นำไม้มาช่วยกันสร้างเป็นศาลาการเปรียญ ส่วนศาลาหลังปัจจุบัน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2516 โดยใช้เค้าโครง และฐานพระประธานดั้งเดิม ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานของ พระพราละแข่งพระพุทธรูปคู่เมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งชาวแม่ฮ่องสอนเชื่อว่า ถ้าได้ต่าง ชอมต่อหรือถวายกระทงข้าวในวันพระหรือวันสำคัญทางศาสนาจะเป็นศิริมงคล ได้บุญกุศลยิ่ง ในราวเดือน 4 (มีนาคม) ของทุกปีจะมีประเพณีบูชา พระพราละแข่ง เพื่อให้ทุกคนได้มากราบไหว้ตลอด 3 วัน และมีการต่างชอม ต่อโหลงหรือทำบุญถวายข้าวมธุปายาสด้วย นอกจากนี้ยังมีศาลาจำศีลอาคารไม้หลังคามุงสังกะสีประดับลายเจาะสังกะสี ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากรแล้ว

 034k0031dscf2120

วัดที่ 7 คือ วัดกลางทุ่ง สำหรับวัดกลางทุ่งนั้น สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2456 เดิมชื่อว่า วัดปุกป่าโหยงสำหรับที่วัดแห่งนี้จะมีพระพุทธรูปศิลปะไทยใหญ่ประดิษฐานอยู่ แต่ที่น่าสังเกตคือ ริมฝีปากของพระพุทธรูปถูกทาด้วยสีแดง ทราบที่หลังว่า เหตุที่ริมฝีปากของพระพุทธรูปมีสีแดงนั้น เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมืองนั่นเอง

 

วัดที่ 8 ‘วัดดอนเจดีย์ สำหรับความเป็นมาของวัดแห่งนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2481 เดิมตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมืองฮ่องสอน เรียกตามภาษาชาวบ้านว่า วัดกุงเปา ต่อมาย้ายมาอยู่ที่ปัจจุบันนี้ ชาวบ้านเรียกว่า วัดดอนเจดีย์ และยังเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปทองเหลืองและพระพุทธรูปไม้เจดีย์

 

วัดที่ 9 ซึ่งถือว่าเป็นวัดสุดท้ายของการเดินทางในวันนี้ นั่นคือ วัดผาอ่าง สำหรับ วัดผาอ่าง นั้นเป็นวัดขนาดเล็ก สภาพแวดล้อมทั่วไปติดกับป่าสัก สิ่งสำคัญของวัดนี้คือ เจดีย์ประธานวัดผาอ่าง เป็นเจดีย์ศิลปะพม่า ลักษณะเจดีย์มีทรงสูงเพรียว ที่ฐานมุมทั้ง 4 ประดับด้วยเจดีย์จำลองขนาดเล็ก ในด้านลักษณะของซุ้มพระพุทธรูปนั้น เป็นซุ้มก่ออิฐฉาบปูน ราวบันไดทำเป็นรูปสิงห์หมอบ ผนังด้านข้างของซุ้มทั้ง 2 ด้านประดับด้วยประติมากรรมปูนปั้นรูปเทวดา ในท่ากำลังเหาะ ซึ่งหมายถึงเหล่าเทวดาที่กำลังเหาะมาเฝ้าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือการเสด็จเหาะลงมาสักการะพระธาตุแห่งนี้นั่นเอง

ดูแผนที่การเดินทางไปไหว้พระทั้ง 9 วัด ได้ที่เมนูด้านขวามือ ตรง “แผนที่บ้านครูอี๊ด” ค่ะ

อ่านประวัติ/ที่มาที่ไปวัดต่างๆในเมืองแม่ฮ่องสอน :

http://www.chankalay.com/web2008/?name=knowledge

click

โปรแกรมท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน(อื่นๆ) 

ปางอุ๋ง   

 

โฮมสเตย์ ‘ไทยใหญ่’ ที่บ้านป่าปุ๊ พฤศจิกายน 25, 2008

Filed under: ไม่มีหมวดหมู่ — ครูอี๊ด @ 9:31 pm

วันนี้น้าป๋องจะชวนพวกเราไปนอนโฮมสเตย์ชาวบ้าน ไทยใหญ่ที่บ้านป่าปุ๊ หมู่ 2 กันต่อครับ

บ้านป่าปุ๊ เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

คุณอภิสิทธิ์ จันทโรภาส ประธานคณะทำงานในโครงการพระราชดำริบ้านป่าปุ๊ ชาวไทยใหญ่ เล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านร่วมกันทำโครงการนี้ขึ้นมาโดยดึงเรื่องเกษตรมาเป็นจุดขาย

อีกอย่างเป็นการกระจายรายได้ในชุมชน อย่างเกวียนก็มีอยู่ เราไม่ต้องไปนั่งรอนักท่องเที่ยว มาก็จัดไปให้ ไม่มาเราก็ทำงานของเราไป ใกล้ๆ นี่ก็มีการหีบอ้อย ฤดูทำนาก็มีไถนา เกี่ยวข้าว ปลูกผักปลอดสารพิษ แปลงแรกปลูกเพื่อเลี้ยงคนมาพักในโฮมสเตย์ แปลงสองปลูกเพื่อจำหน่ายในจังหวัด

โดยเบื้องต้นนี้มีชาวบ้านเข้าร่วมโครงการ 30 หลัง มาจาก 12 กลุ่มกิจกรรมอาชีพ อาทิ กลุ่มท่องเที่ยว ทอผ้า เกษตร ล้อเกวียน กลุ่มตุ๊กตาชาวเขา ฯลฯ ซึ่งประธานกลุ่มมาเป็นคณะทำงานระดับหมู่บ้าน และมีหน่วยงานของราชการหลายแห่งช่วยสนับสนุน เช่น โยธาและผังเมือง พัฒนาชุมชน ทางหลวงชนบท อำเภอเมือง ฯลฯ

เพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จึงปลูกบ้านแบบไทยใหญ่ขึ้นใหม่ 3 หลัง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความเป็นส่วนตัว แต่ถ้าต้องการพักอยู่กับชาวบ้าน เจ้าบ้านก็ยินดีรับรองครับ

สำหรับกิจกรรมที่ทำได้ในหมู่บ้านก็มี เดินป่า นั่งเกวียน นั่งแพ อาบน้ำแร่ ไปดูชาวบ้านอิดอ้อย (หมายถึงหีบอ้อย) โดยใช้วัว ซึ่งจะทำประมาณกลางมกราคม เพราะเป็นช่วงอ้อยแก่พอดี) ทำเป็นน้ำอ้อยสด และน้ำอ้อยที่เอาไปเคี่ยวทำเป็นแผ่น มีขนมและผลิตภัณฑ์จากงา เพราะชาวไทใหญ่จะปลูกงากันมาก

สนนราคาค่าที่พัก/คน/คืน 250-300 บาท รวมอาหาร 3 มื้อ

โฮมสเตย์ไทยใหญ่ บ้านป่าปุ๊ ติดต่อคุณอภิสิทธิ์ 081-9616582

ไปเที่ยว : บ่อน้ำร้อนผาบ่อง

www.baankruaeed.wordpress.com/2008/11/07/pha_bong



ไปเที่ยว : บ้านป่าปุ๊ www.baankruaeed.wordpress.com/2008/11/14/baanpapu

 

“อุ๊บไก่”

Filed under: ไม่มีหมวดหมู่ — ครูอี๊ด @ 9:08 pm

        วันนี้ป้านิดกับน้าหล้าจะมาแนะนำอาหารไทยใหญ่ที่ชื่อว่า อุ๊บไก่เจ้า นำมาจากสูตรยายไหว ที่เป็นแม่ของครูอี๊ด แต่เป็นแม่สามีของ สว. อย่างเราทั้งคู่

        บางครั้งเรียก อุ๊บไก่ ว่า แกงไก่พม่า

อุ๊บ คือ การอบให้เกือบแห้งและมีน้ำขลุกขลิก คล้ายพะแนงภาคกลาง แต่รสไม่หวาน และไม่มีกะทิ

เครื่องปรุง

น่องไก่                              3 น่อง

ผักชีหั่นท่อนยาวหนึ่งนิ้ว       1 ต้น

หอมใหญ่หั่นเสี้ยวบาง         3 หัว

ตะไคร้หั่นท่อนทุบ                2 ต้น

กระเทียมสับ                       2 ช้อนโต๊ะ

หอมแดงเจียว                     1 ช้อนโต๊ะ

เกลือป่น                            2 ช้อนชา

นำตาลทราย                       1 ช้อนชา

น้ำปลา                              2 ช้อนชา

พริกป่นปาปริก้า                  3 ช้อนชา

ขมิ้นผง                              3 ช้อนชา

ผงมัสร่า                             1 ช้อนโต๊ะ

น้ำสต๊อกไก่                        1 ถ้วย

น้ำมันถั่วลิสง                      2 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันถั่วลิสงสำหรับทอด      3 ถ้วย

 

วิธีทำ

1 ล้างน่องไก่ แล้วเคล้ากับขมิ้นผง พริกป่นอย่างละ 1 ช้อนชา เกลือ ผงมัสร่า หมัก 10-20 นาที

2. ตั้งกระทะด้วยน้ำมันถั่วลิสงให้ร้อน เอาไก่ลงทอดให้เหลือง ตักขึ้นให้สะเด็ดนำมัน

3. ใส่น้ำมันถั่วลิสงลงในกระทะ ตั้งไฟอ่อนให้ร้อน ใส่หอมใหญ่กระเทียม ขมิ้นผง พริกป่นที่เหลือ เคี่ยวจนหอมใหญ่สุกนุ่ม ใส่น่องไก่ทอด น้ำสต๊อกไก่ ตะไคร้ เคี่ยวประมาณ 5 นาที

4. ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลา เคี่ยวต่อให้ไก่เปื่อยนุ่ม ตักใส่จาน โรยหอมแดงเจียวผักชี รับประทานร้อนๆกับข้าว อร่อยอย่าบอกใคร

 

แนะนำอาหารไทยใหญ่อาทิตย์ที่ผ่านมา

ข้าวแรมฟืน

http://baankruaeed.wordpress.com/2008/11/08/taifood

แกงฮังเล

http://baankruaeed.wordpress.com/2008/11/17/taifood2  

 

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.