ครูอี๊ด + ลุงหน่อย = บ้านชมดอย Homestay เฮือนพักกู้ยามของความประทับใจ๋ เมื่อมาเยี่ยมยามเมืองแม่ฮ่องสอน “ที่รวมข้อมูล(เกือบ)ทุกเรื่องในตัวเมืองสามหมอก ลองแวะอ่านดูซักหน่อย เผื่อตอบคำถามบางอย่างที่อยากรู้”

“ทำไมใครๆก็มาพักบ้านครูอี๊ด” ตุลาคม 25, 2008

    

     ครูอี๊ด หรือครูแน่งน้อย ปิ่นทอง เคยเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลแม่ฮ่องสอนมาก่อน ด้วยความเป็นคนที่นี่ เกิดที่นี่ โตที่นี่ และใช้ชีวิตที่เมืองแห่งนี้มาร่วม 50 กว่าปี

ทุกวันๆเมื่อกาลเวลาเคลื่อนผ่าน เมืองที่ครูอี๊ดใช้ชีวิตอยู่ก็เคลื่อนตามไปด้วย อดีตที่งดงามมาพร้อมกับปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลง ความเปลี่ยนแปลงหนึ่งมาพร้อมกับการท่องเที่ยว

     เมื่อฤดูกาลท่องเที่ยวมาเยือน วันแล้ววันเล่า รถคันแล้วคันเล่า ฝากรอยทางไว้ แล้วหวนไป เป็นเช่นนี้หลายปีผ่าน

     ในฐานะคน ที่นี่เธอจะทำอะไรๆได้บ้าง? ที่ทำให้ เมืองแม่ฮ่องสอน ไม่ใช่ทางผ่าน และรอยทางกลายเป็น ความทรงจำไม่รู้ลืม

     ป้าอี๊ดขา ป้าอี๊ดขา มีบ้านให้พักบ้างไหมเจ้า…….

     เสียงท่วงทำนองเช่นนี้ ส่งผ่านมาถึงเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า

     ได้เจ้า ได้เจ้า เดี๋ยวหาให้ เดี๋ยวหาให้

     เป็นเช่นนี้เรื่อยมา ทุกปี ทุกปี

     จนวันหนึ่งบ้านที่เธอสร้างให้ลูกชายทั้ง 2 คน บอมและ บิ๊ก ดูเหมือนจะเป็นเพียง บ้านพักใจประจำปีของพวกเขาและเพื่อนๆมากกว่า ที่พักพิงใจถาวรอย่างที่เธอตั้งใจ

     ในความเป็นแม่ เพื่อนของลูกแวะเวียนมาไม่ขาดสาย

     บ้านของลูก กลายเป็น บ้านของทุกคน

     วันนั้น 3 ปีที่แล้ว เธอจึงตัดสินใจให้ บ้านชมดอย (ชื่อบ้านหลังนี้) เป็น บ้านพักของทุกคน

ให้ ที่พักสำหรับบางเวลาแปรเปลี่ยนเป็น ที่พักทุกห้วงยามแห่งความประทับใจ

     โจทย์สำคัญของหัวใจเธอ คือ ทำอย่างไรให้ ทุกๆคนที่มาเยือนเมืองพระธาตุดอยกองมู มีที่พักที่สงบ สบาย ไม่ห่างไกลหนองจองคำ และสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมือง และสำคัญสุด ราคาไม่แพงจนไม่สามารถจ่ายได้

      เธออยากให้บ้านแห่งนี้เป็นเหมือนบ้านหลังที่ 2 ของทุกคนที่เข้ามาเยือน ได้พักผ่อนอย่างเงียบสงบเป็นส่วนตัว อบอุ่นสบาย ร่มรื่น สัมผัสถึงธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ตอนเช้าๆใครที่ไม่เคยได้ยินเสียงนกร้องใกล้ๆ ไม่เคยได้ยินเสียงกบคุยกัน ถ้ามาที่นี่รับรองว่า จะต้องได้ยินเสียงเหล่านี้แน่ๆ และใครที่โชคดีก็อาจจะได้ทักทายกับกระรอกน้อยที่วิ่งเล่นบนต้นไม้รอบๆบ้าน

     เธอรู้ดีว่าเมื่อฤดูกาลท่องเที่ยวมาเยือน หลายอย่างก็เปลี่ยนไปไม่คงเดิม

     แต่ในฐานะ ความเป็นครูครูผู้ซึ่งต้องเสมอต้นเสมอปลายกับศิษย์ ไม่ว่าศิษย์คนนั้นจะเป็นใครก็ตาม

     เธอต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับทุกคนที่มาเยือน

 

ด้วยความรัก

ครูอี๊ด

เริ่มต้นมีเวบไซด์เป็นของตนเองครั้งแรกในชีวิต

เมื่อผ่านฤดูกาลท่องเที่ยวมากว่า 56 ปี

25 ตุลาคม 51

 

ราคาบ้านชมดอย ตุลาคม 25, 2008

Filed under: ราคาบ้านชมดอย — ครูอี๊ด @ 6:05 am

บ้านชมดอยมี 3 ราคา เพียงเท่านั้น (ไม่ว่าจะช่วงฤดูกาลใดก็ตาม)

เนื่องจากครูอี๊ดไม่ได้สร้างบ้านชมดอยขึ้นมาเพื่อการแสวงหากำไร แต่สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นที่พักของลูกๆ เพื่อนลูก เพื่อนครูอี๊ด ญาติพี่น้องเป็นสำคัญ

ฉะนั้นไม่ว่ากี่ปีผ่านไป บ้านชมดอยไม่เคยเปลี่ยนราคา เพราะคนที่มาพัก ก็เปรียบเสมือนลูกหลานและญาติของครูอี๊ด ที่ครูอี๊ดต้องดูแลให้ดีที่สุด

สโลแกนสำคัญของครูอี๊ด คือ ราคาไม่เพิ่ม เราเพิ่มแต่การบริการ


1 – 6 ท่าน = 2,200 บาท / 1 คืน

(เฉลี่ยตกท่านละ 366 บาทเพียงเท่านั้น)


7-10 ท่าน = 2,700 บาท/ 1 คืน

(เฉลี่ยตกท่านละ 270 บาทเพียงเท่านั้น)


พักได้สูงสุด 15 ท่าน  (รวมค่าที่พัก 3,700 / 1 คืน)

(เฉลี่ยตกท่านละ 246 บาทเพียงเท่านั้น)


ตารางเปรียบเทียบราคาต่อหัว

1- 6 คน = 2,200 บาท

7-10 คน = 2,700 บาท

11 คน = 2,900 บาท

12 คน = 3,100 บาท

13 คน = 3,300 บาท

14 คน = 3,500 บาท

15 คน = 3,700 บาท


อีกประการหนึ่งที่ต้องชี้แจงเพิ่ม คือ มีลูกบางท่านโทรศัพท์มาติดต่อพักที่บ้านครูอี๊ดเพื่อขอต่อรองราคาลดลงจากที่กำหนดไว้


ครูอี๊ดขออธิบายแบบนี้นะคะว่า ครูอี๊ดไม่สามารถลดราคาลงได้ เพราะการเข้าพักในบ้านนี้กี่คน ผู้ใหญ่หรือเด็ก ลูกและครอบครัว หรือเพื่อนๆ ทั้งกลุ่ม


ลูกจะได้บ้านทั้งหลังและบริเวณอื่นๆ ทั้งหมดในการพักผ่อนเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น จะไม่มีกลุ่มอื่นๆมาใช้บริเวณเด็ดขาด บ้านทั้งบ้านกลายเป็นของลูก ครอบครัวลูก โดยทันที


กล่าวอย่างตรงไปตรงมา เบื้องต้นครูอี๊ดคิดราคาเป็นหลังค่ะ ไม่ว่าจะพักกี่คน หลังละ 4,000 บาท แต่ไม่ยุติธรรมเลย ถ้าลูกมาเพียงแค่ 5 คน ทำไมครูอี๊ดต้องคิดแพงขนาดนั้นด้วย ฉะนั้นการคิดราคาจึงถูกทบทวนใหม่ บนพื้นฐานของความสามารถในการจ่ายได้จริง และความเหมาะสมในการใช้พื้นที่ทั้งหมดในบ้าน เช่น ห้องครัว , เต็นท์ , ศาลา , ลานรอบกองไฟ เป็นต้น  ตามที่ระบุไว้ดังข้างต้น



ทุกท่านคงสงสัยทำไมราคาแพงจังเลย !

แต่ครูอี๊ดอยากให้ลูกๆลองพิจารณาดูดีๆ

เพราะบ้านหลังนี้เหมาะสำหรับการมาพักเป็นครอบครัว กลุ่มเพื่อน กลุ่มญาติพี่น้อง มากกว่าคู่รัก

ราคาของที่พักแบบกลุ่มเท่านี้  ลูกไม่สามารถหาได้ในเมืองแม่ฮ่องสอนอย่างแน่นอน

(บางครั้งราคา Guesthouse บางแห่ง ยังแพงกว่าที่นี่เสียอีกค่ะ)

ลูกพักที่นี่ลูกได้ “บ้านพักทั้งหลัง” เป็นของลูกเอง

ไม่ใช่เพียงแค่ “ห้องพักบางห้อง” เท่านั้น เหมือนกับที่พักหลายๆแห่งในตัวเมือง

ทุกค่ำคืนจะมีเพียง 1 กลุ่มเท่านั้นที่ได้ัพักบ้านชมดอย ไม่มีกลุ่มอื่นๆใดมาปะปน

เพราะบ้านชมดอยถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการพักอาศัยเป็นสำคัญ

ฉะนั้นความสะดวกสบาย สะอาด ปลอดภัย และบรรยากาศงดงาม

คือสิ่งสำคัญของบ้านหลังนี้


บ้านจะประกอบด้วยห้องต่างๆ ดังนี้


1. ห้องนอนแอร์ 2 ห้องใหญ่ มีห้องน้ำ + เครื่องทำน้ำอุ่นในห้อง ซึ่งจะนอนได้อย่างสบายๆ 9 ท่าน


ห้องแอร์ห้องแรกชื่อห้อง “BIG”

เป็นห้องเตียงเดี่ยว นอนได้ 2 ท่าน (เสริมบนเตียงได้ 1 ท่าน และบนพื้นห้องได้อีก 1 ท่าน) รวม 4 ท่าน


ห้องแอร์ห้องที่สองชื่อห้อง “BOM”

เป็นห้องเตียงคู่ นอนได้ 4 ท่าน (เสริมบนพื้นห้องได้อีก 1 ท่าน) รวม 5 ท่าน


2. ห้องรับแขกขนาดใหญ่ พร้อมมุมชา กาแฟ โอวัลติน น้ำดื่มคริสตัล ผลไม้ บริการฟรี ตลอดเวลาของการเข้าพัก

สำหรับบริเวณนี้ท่านสามารถทำกิจกรรมต่างๆได้ เช่น ประชุม เสวนา สังสรรค์ รวมถึงจัดเป็นที่นอนอย่างสบายๆได้อีก 6 -11 ท่าน



3. ลานกางเต็นท์หน้าบ้านและบริเวณลานรอบกองไฟ

พร้อมห้องน้ำบริเวณด้านล่างของบ้านขนาดใหญ่ (มีเครื่องทำน้ำอุ่น สามารถอาบน้ำได้) บรรยากาศวิวภูเขาโอบรอบ รองรับเต็นท์ได้ถึง 5 หลัง (บริการเต็นท์ 1-4 หลังฟรีสำหรับผู้ที่ต้องการนอนเต็นท์ )


4. ห้องครัวแบบบ้านชนบทอังกฤษ

ที่แยกเป็นสัดส่วนเฉพาะ อยู่ด้านล่างของบ้าน เหมาะสำหรับคุณผู้ชายที่ร่ำสุราหรือสังสรรค์ยามค่ำคืน ซึ่งจะไม่เป็นการรบกวนท่านอื่นๆ


5. ศาลาริมธาร

อยู่ด้านหลังของบ้าน สามารถนั่งสังสรรค์ จัดประชุม เสวนา พูดคุย เคล้าบรรยากาศท้องทุ่งและเสียงน้ำเซาะ และแสงจันทร์ แสงดาวยามค่ำคืน รวม 20 ท่าน


ทุกท่านสามารถดูรูปที่พักทุกมุมได้ที่เมนูด้านขวามือ เพื่อประกอบการตัดสินใจเพิ่มเติมค่ะ


 

มุมมองจากถนนสู่บ้านชมดอย ตุลาคม 25, 2008

 

ห้องนอน “BIG” and “BOM” ตุลาคม 25, 2008

Filed under: ห้องนอน "BIG" & "BOM" — ครูอี๊ด @ 10:56 am
 

ห้องรับแขกสำหรับสังสันทน์และล้อมวงสนทนา ตุลาคม 25, 2008





 

บรรยากาศรอบๆบ้าน : รังสรรค์โดยครูอี๊ดกะลุงหน่อย ตุลาคม 26, 2008

 

ตัวอย่าง : บางโปรแกรมท่องเที่ยวเฉพาะในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ตุลาคม 29, 2008

ตัวอย่าง : โปรแกรมท่องเที่ยวเฉพาะในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน

(2 วัน 2 คืน)

วันแรก

12.00 น.    ยินดีต้อนรับเข้าสู่ที่พัก บ้าน“ชมดอย”

13.00 น.    ล่องเรือชมธรรมชาติแม่น้ำปาย ดูหาดทรายริมฝั่งน้ำ แวะเยี่ยมชมหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวที่บ้านห้วยปูแกง (ราคาเรือไป-กลับแบบเหมาลำ 600 บาท)

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E7392197/E7392197.html

16.00 น. แวะซื้อผลิตภัณฑ์และสินค้าพื้นเมืองที่ศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสอน และแวะรับประกาศนียบัตรผู้พิชิต 1,864 โค้ง (เสียค่าธรรมเนียม 20 บาท) ณ อาคารที่ว่าการอำเภอหลังเก่า


e7214089-20

e7214089-21

17.00 น. สักการะอนุสาวรีย์พญาสิงหนาทราชา และเดินทางไปชมพระอาทิตย์ตกดินและไหว้พระธาตุดอยกองมู พร้อมชมทิวทัศน์ตัวเมืองแม่ฮ่องสอนยามก่อนค่ำ


19.00 น.    รับประทานอาหารเย็นและเลือกจับจ่ายสินค้าพื้นเมืองที่ถนนคนเดินในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ริมหนองจองคำ ไหว้พระวัดจองกลางยามค่ำคืน ปล่อยโคมสว่างไสวสู่เบื้องบนฟ้า ที่นี่มีอาหารและขนมพื้นเมืองราคาถูกขายจำนวนมาก


21.00 น. เข้าพัก บ้าน“ชมดอย” พักผ่อนตามอัธยาศัย


วันที่สอง


06.30 น.     ทำบุญตักบาตรพระในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน พร้อมเลือกรับประทานอาหารเช้าพื้นเมืองนานาชนิดในตลาดแสงเทียน (ตลาดสายหยุด) ชมบรรยากาศตลาดแบบท้องถิ่นไทยใหญ่


08.30 น.    ไหว้พระขอพร ชมความงดงามของศิลปะไทยใหญ่และกระจกเขียนสีโบราณที่วัดจองคำ วัดจองกลาง ชมวิหารพระเจ้าพาราละแข่งที่วัดหัวเวียง ชมสถาปัตยกรรมวัดก้ำก่อ นมัสการพระนอนที่วัดพระนอน (ดูโปรมแกรมไหว้พระ 9 วัดด้านขวามือ http://baankruaeed.wordpress.com/2008/11/28/temples )


09.30 น. เดินทางไปชม”ถ้ำปลา”ถ้ำใต้เชิงเขา มีธารน้ำไหลออกมาจากถ้ำตลอดทั้งปีสามารถมองเห็นฝูงปลาขนาดใหญ่ มีสีดำเทา อมฟ้า เรียกว่า ปลามุงหรือพลวง (ที่นี่มีร้านส้มตำให้เลือกทานจำนวนหลายร้าน)


11.00 น. เดินทางสู่แหล่งเวชสำอางธรรมชาติ “ภูโคลน” 1 ใน UnSeen Thailand

http://www.moohin.com/trips/maehongson/phuclon/index.shtml


12.30 น.     รับประทานอาหารกลางวัน


13.30 น.    เดินทางไปยังบ้านรักไทย(แม่ออ) เพื่อชมวิถีชีวิตวัฒนธรรมของชาวจีนยูนนาน ชิมชารสเลิศ จากชาพันธุ์ดี เช่น ชาอู่หลง ชาชิงชิง

http://www.paiduaykan.com/76_province/north/maehongson/banrakthai.html


15.30 น. พักผ่อนที่บ้านรวมไทย(ปางอุ๋ง) ชมบรรยากาศรอบๆอ่างเก็บน้ำยามเย็น ชมทิวสนเริงระบำ เดินชมพันธุ์ไม้จากต่างประเทศที่ปลูกอยู่มากมายในโครงการตามพระราชดำริปางตอง 2


http://baankruaeed.wordpress.com/2008/11/11/pang_ung


19.00 น. กลับลงมารับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารต่างๆในตัวเมือง เช่น ใบเฟิร์น , บ้านระเบียง , เฮือนยายแก้ว ป้าจุก ฯลฯ


21.00 น. เข้าพัก บ้าน“ชมดอย” พักผ่อนตามอัธยาศัย


ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


กิจกรรม เทศกาล งานประเพณี เฉพาะในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน เดือนธันวาคม 2552


Click http://baankruaeed.wordpress.com/2008/11/09/activity



e7206478-5

รวมโปรแกรมท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนแบบรายทาง


นำข้อมูลทั้งหลายมาจากห้อง blueplanet กับ trekkingthai

ขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งนะเจ้า



(1) เชียงใหม่ ดอยอินทนนท์ เชียงดาว อ่างขาง 5 วัน 4 คืน

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E7301555/E7301555.html



(2) วนรอบ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน 4 วัน 3 คืน


http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2008/11/E7218830/E7218830.html




(3) ทริปขี่มอเตอร์ไซค์ ตะลุยปาย แม่ฮ่องสอน ปางอุ๋ง 8 คืน 9 วัน

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E7370996/E7370996.html



(4) ฟ้าสวย..เลนส์ใส..อุ่นไอ…เมืองสามหมอก

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E7636067/E7636067.html


(5) หนีร้อนจากเมืองกรุงไปเที่ยวเหนือ-แม่ฮ่องสอน-ปาย

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E7846258/E7846258.html


(6) เยือนถิ่นลานนา .. ตอน “บินไป บินกลับ ขับ TukTuk เที่ยว”

http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2009/06/E8010165/E8010165.html



(7) นายรอบรู้ชวนแอ่วแม่ฮ่องสอน

http://www.nairobroo.com/76/modules.php?name=News&file=article&sid=1432


(8) ออบหลวง ถ้ำแก้วโกมล ดอกบัวตองดอยแม่อูคอ พระธาตุดอยกองมู

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E8512041/E8512041.html


(9)  เที่ยวไทยไปได้ทุกสัปดาห์ : เชียงใหม่ – ปาย – ห้วยน้ำดัง วันเดย์ทริป อากาศเย็นสบาย หมอกหนาๆ ผู้คนมากมาย

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E8582107/E8582107.html



ดาวน์โหลดข้อมูลท่องเที่ยว จังหวัดแม่ฮ่องสอน


 

ที่พักแห่งนี้เหมาะกับใครบ้าง ? ตุลาคม 29, 2008

1. ครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่มาเป็นหมู่คณะอย่างน้อย 4-15 คน และต้องการที่พักราคาถูก ดี สะดวกสบาย สวยงาม และสามารถทำอาหารทานเองได้ จะปิ้ง ย่าง อบ หรืออื่นๆ ก็ตามใจ


2. ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคนไม่เกิน 350 บาท ต่อคืน แต่ได้บ้านพักทั้งหลังเป็นของตนเอง ไม่มีกลุ่มอื่นใดมาปะปน (1 กลุ่มเท่านั้น/คืน ไม่ว่าจะพักกี่คน จะมากหรือน้อย)


ลูกลองคิดดูเล่นๆนะคะว่า “แม้เราจะได้พักในที่แสนสะดวกสบาย จ่ายเงินราคาที่พักสูง แต่กลับมีแต่เสียงดังอึกทึก วุ่นวาย นอนไม่หลับ นี้ไม่นับเสียงคาราโอเกะจากห้องอาหารอีก เพราะที่พักอยู่ติดกัน ใกล้เคียงกัน” การมาพักผ่อนในครั้งนี้ก็ขาดความสงบสุขและชื่นบาน —แต่สถานที่แห่งนี้ เน้นความต้องการเฉพาะกลุ่มเป็นสำคัญ


3. ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุหรือคนแก่หรือคนพิการมาด้วย ซึ่งต้องการความสะดวกสบายในการพักอาศัยเป็นพิเศษเฉพาะ รวมถึงการมีห้องน้ำที่กว้างขวาง ไม่ทำให้ลื่นล้ม



4. ครอบครัวที่มีเด็กมาด้วย โดยเฉพาะเด็กเล็กๆที่มักส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว และพ่อแม่เกรงว่าจะรบกวนผู้อื่นในห้องใกล้เคียง


5. ชอบความเป็นส่วนตัว ไม่วุ่นวาย และไม่อยากรวมกับคนอื่น เพราะที่แห่งนี้ท่านจะได้พักเพียง 1 กลุ่มเท่านั้น ไม่มีกลุ่มอื่นๆมาเกี่ยวข้อง ด้วยบรรยากาศที่รายล้อมด้วยธรรมชาติอันสดชื่นทั้งวัน


6. ไม่ต้องรีบ check out ออกจากบ้านพักตามกำหนดเวลาของโรงแรมหรือที่พักทั่วไป (ถ้าไม่มีคนมาพักต่อ)


7. สามารถ check in ได้ตามสะดวก เช่น เช้าตรู่ กลางคืน


8. มีความปลอดภัยสูง และมีสถานที่จอดรถอย่างกว้างขวาง


9. ใกล้ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ห่างจากสนามบินเพียงแค่ 1 กิโลเมตรกว่าๆ


10. ไม่มีค่า service charge และค่า VAT ใดๆทั้งสิ้น ที่ต้องคิดเพิ่มตอนจ่ายเงิน เหมือนกับที่พักบางแห่ง


 

จดหมายน้อยจากครูอี๊ด : การโอนเงินเพื่อยืนยันการเข้าพัก พฤศจิกายน 1, 2008

“แม่กับบิ๊ก – ลูกชายคนเล็ก”


เหมันตฤดูมาเยือนแล้วค่ะ หมอกควันจากป่าเขาไม่หลงเหลืออยู่ เหมือนกับไม่เคยผ่านมาเยี่ยมเยือน ณ เมืองแห่งนี้


หมอกควันจากป่าเขากลายเป็นหมอกสายลมหนาวมาเยี่ยมเยือน พร้อมๆกับการระบัดใบของต้นไม้ ใบหญ้า และแปลงข้าวตรงศาลาธิมธาร ที่เขียวชอุ่มไปหมด –สดชื่น สดชื่น— เหลือเกิน


พร้อมๆกับคิดถึงลูกชายทั้ง 2 คนที่ทำงานอยู่เมืองหลวงล้านนา และเมืองหลวงประเทศไทย อยากให้พวกเขาได้เห็นแบบครูอี๊ดบ้าง ว่าบ้านเราก็ “สวยงาม” ไม่แพ้ที่ใดๆบนโลกใบนี้


ที่นี่ “บ้านครูอี๊ด” หรือที่เป็นทางการ “บ้านชมดอย คอยทุ่ง”  อากาศเย็นตลอดปี เหมือนประหนึ่งอยู่ในห้องแอร์


บ้านชมดอยยินดีต้อนฮับลูกอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ฤดูร้อน และฤดูฝนได้เดินทางจากไปแล้ว


ขณะนี้เดือนมกราคม พ.ศ. 2553 บ้านพักยังว่างอยู่นะคะ ยินดีต้อนรับลูกทุกท่านเป็นอย่างยิ่งค่ะ


สำหรับลูกๆที่ยืนยันว่าจะเดินทางมาที่บ้านชมดอยตามวันที่แจ้งมาทางโทรศัพท์แล้ว


ต้องโอนเงินเพื่อยืนยันการเข้าพักจริงๆอย่างน้อย 50 % ขึ้นไป ภายใน 1 สัปดาห์  (7 วัน) มาที่ครูอี๊ดด้วยนะเจ้า อย่าใช้วิธีการโทรจองเพียงอย่างเดียวนะลูก เพื่อให้ครูอี๊ดมั่นใจว่าลูกอยากจะมาพักที่บ้านชมดอยจริงๆ


สำหรับลูกที่ติดต่อไม่ได้หรือยังไม่โอนเงินมาภายในเวลาที่กำหนดไว้ ครูอี๊ดอาจจำเป็นต้องยกเลิกการจองนะเจ้า



สำหรับลูกที่โอนเงินมาแล้ว ครูอี๊ดขอบคุณนัก mail ทุกฉบับทีลูกส่งกลับมา ครูอี๊ดได้รับตลอด


กรณีที่ลูกที่ไม่สามารถมาได้แล้ว ช่วยโทรศัพท์บอกครูอี๊ดด้วยเช่นกัน เพราะจะกลายเป็นแม่สายบัวรอเก้อไป


ปีที่แล้วมีลูกๆบางกลุ่มไม่เดินทางมาตามที่แจ้ง และไม่ยอมโทรศัพท์บอกครู ครูรอแล้วรอเล่า ทำไมลูกๆยังไม่มาซักที ครูอี๊ดเป็นห่วงนะลูก กลัวจะเจ็บป่วย ไม่สบาย หรือเป็นอะไรกลางทาง โดยเฉพาะลูกที่แจ้งว่าจะเข้าพักตอนกลางคืน คิดกังวลไปต่างๆนานา คนเป็นแม่ก็อย่างนี้แหล่ะลูก โดยเฉพาะแม่ที่มีลูกชาย อดกังวลไม่ได้เป็นธรรมดา




update ข้อมูลสำหรับลูกๆที่จะขึ้นไปเที่ยวปางอุ๋งโดยเฉพาะ click :

http://baankruaeed.wordpress.com/2008/11/11/pang_ung


ด้วยความรัก
ครูอี๊ด
2 มกราคม 53


“แม่กับบอม – ลูกชายคนโต”

 

บ่อน้ำร้อนผาบ่อง พฤศจิกายน 7, 2008

วันนี้ครูอี๊ดมาคุยกับน้าป๋อง ว่าในฐานะที่น้าป๋องต้องรับผิดชอบดูแลพื้นที่ตำบลผาบ่อง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่แล้ว น้าป๋องน่าจะช่วยเขียนแนะนำสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในตำบลผาบ่อง ให้ลูกๆหลานๆที่เข้ามาทักทายในเวบไซด์แห่งนี้ได้รู้จักเพิ่มขึ้นบ้างนะ

 

น้าป๋องแอบคิดอยู่แป๊บหนึ่ง (คิดนานไม่ได้ เดี๋ยวครูอี๊ดจะงอนเอาเสีย + จะปฏิเสธก็ไม่ได้อีก เพราะครูอี๊ดเป็นพี่สาวร่วมอุทร) แล้วตอบครูอี๊ดไปว่า เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะจริงๆแล้วนะ ในแม่ฮ่องสอนของเรานี้ มีที่ท่องเที่ยวนอกเหนือจากอำเภอปาย หรือพระธาตุกองมู หรือถ้ำปลา หรือหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวเสียอีก

 

เอาอย่างนี้แล้วกันทุกๆวันศุกร์ น้าป๋องจะมาชวนพวกเราเดินทางไปสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในพื้นที่ผาบ่องกันนะครับ

 

ศุกร์นี้ (7 พ.ย.) เราเริ่มต้นกันที่บ่อน้ำร้อนผาบ่องดีกว่า เพราะเจ้าบอม ลูกชายคนโตของครูอี๊ดชอบพาเพื่อนๆจากกรุงเทพฯไปเที่ยวที่นี่กันเป็นประจำ และน้าป๋องก็ต้องเป็นคนขับรถให้เสียทุกที

 

 

 

 

 

 

 

 

บ่อน้ำร้อนผาบ่อง เป็นบ่อเจือปนแร่กำมะถัน มีกลิ่นฟุ้ง ตั้งอยู่ในละแวกชุมชนผาบ่อง แวดล้อมด้วยพื้นที่ทางการเกษตรของชาวบ้าน ภายหลังทางการแม่ฮ่องสอนได้จัดแต่งพื้นที่โดยรอบบ่อน้ำร้อน ให้เป็น สวนสาธารณะสำหรับให้ประชาชนได้มาพักผ่อน มีพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ ตัวบ่อน้ำร้อนได้ก่อปูนเป็นขอบบ่อและทำทางเดินรอบบ่อ มีสะพานข้ามไปชมบ่อน้ำพุร้อนใกล้ๆ

 

ที่นี่ยังมีห้องอาบน้ำแร่ ราคา 50 บาท/ห้อง เป็นห้องน้ำขนาดไม่ใหญ่นัก มีอ่างอาบน้ำ 1 อ่าง และฝักบัว 1 อัน ขับรถมาเหนื่อยๆ ได้แช่น้ำอุ่นๆ หัวใจก็บรรเจิดแล้วครับ

 

รวมถึงถ้าใครติดใจ ยังสามารถนอนกางเต็นท์สัมผัสอากาศหนาวฉาบความร้อนกรุ่นๆ พร้อมจิบกาแฟถ้วยโปรด มีสายหมอกยามเช้าเคลียคลอ ฮื้อ! คิดแล้วน้าป๋องอยากชวนเจ้าบอมไปกางเต็นท์อีกสักรอบเสียจริง

 

บ้านผาบ่อง ต.ผาบ่อง อยู่ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนไปทาง อ.ขุนยวม ประมาณ 11 กม. การเดินทางไปบ่อน้ำร้อนผาบ่อง ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 เมื่อเข้าเขตบ้านผาบ่องให้แยกขวามือไปตามทางหลวงหมายเลข 108 เก่า บ่อน้ำร้อนผาบ่องตั้งอยู่ทางขวามือครับ

 

ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนครับ

น้าป๋อง ณ ผาบ่อง

7 พฤศจิกา 51

 

 

dscf17251

 

ไปเที่ยวบ้านป่าปุ๊

 

http://baankruaeed.wordpress.com/2008/11/14/baanpapu

 

ข้าวแรมฟืน พฤศจิกายน 8, 2008

เมื่อวานนี้ “ป้านิด + น้าหล้า” เห็น “น้าป๋อง” ของหลานๆได้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในตำบลผาบ่อง สาวๆสว.(ย่อมาจาก “สูงวัย” นะลูก อย่าเข้าใจผิด) อย่างเราทั้งคู่ ก็อยากจะมีส่วนร่วมกับเขาบ้าง เราก็เลยบอกครูอี๊ดว่า “งั้นฉันทั้งสอง ขอประลองฝีมือแนะนำด้านอาหารได้ไหมจ๊ะ ? ”

แหม ! เรายังพูดไม่ทันจบประโยคเลย ครูอี๊ดรีบบอกทันที “ได้เลย ได้เลย ยินดีไม่มีปัญหา” เลยทำให้สาวสว.อย่างเราได้มีโอกาสมาพูดคุยเรื่องอาหารไทยใหญ่กับลูกๆหลานๆ

 

น้าป๋องใช้ เจ้าบอม เป็นตัวตั้งในการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

 

เราทั้งคู่ขอใช้ นายบิ๊ก(น้องชายเจ้าบอม) เป็นตัวตั้งในการแนะนำอาหารไทยใหญ่นะลูก

 

อาหารโปรดของเจ้าบิ๊ก ที่ป้าและน้าต้องทำให้กินเป็นประจำเวลากลับมาบ้านที่แม่ฮ่องสอน คือ ข้าวฟืน หรือข้าวแรมฟืน

 

 

 

 

 

 

ข้าวฟืน หรือ ข้าวแรมฟืน คือ อาหารชนิดหนึ่งของคนไทยใหญ่ ทำจากข้าวเจ้า มีลักษณะเป็นก้อน คล้ายเต้าหู้หรือขนมเปียกปูน มีรสเปรี้ยว เผ็ด และหวาน เวลากินจะกินพร้อมกับเครื่องปรุง

 

เป็นอาหารที่แปลกมาก เพราะเป็นได้ทั้งอาหารหลักและอาหารว่าง เป็นได้ทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน

 

วิธีการทำข้าวฟืนนั้น จะเริ่มจาก

(1)         นำข้าวเจ้าไปแช่น้ำประมาณ 6 ชั่วโมง

(2)         นำข้าวมาโม่หรือบดจนละเอียด

(3)         นำข้าวที่บดจนละเอียดแล้วไปเคี่ยวกับปูนขาวจนสุก

(4)   นำข้าวที่สุกแล้วและยังร้อนอยู่ เทใส่ถาดหรือภาชนะใดก็ได้ ทิ้งไว้ 1 คืน จนแป้งแข็งตัว ตามรูปภาชนะที่บรรจุ

(5)         นำข้าวฟืนที่ได้มาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆ

(6)   สำหรับวิธีการทำเครื่องปรุง เพื่อกินกับข้าวฟืนนั้น จะเริ่มจาก ให้นำมะเขือเทศไปต้มกับน้ำจนสุก ใช้ช้อนสับให้กลายเป็นเนื้อเดียวกับน้ำ , นำมะขามเปียกมาแช่น้ำ กรองเอาแต่น้ำ กลายเป็นน้ำมะขามเปียก

(7)   คั่วงาขาว โดยไม่ต้องใส่น้ำมัน จนเหลือง แล้วตักขึ้นมา ผึ่งให้หายร้อน นำไปตำจนละเอียด, ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันลงไปจนร้อนได้ที่ เทน้ำมันที่ร้อนนั้นลงในถ้วยที่มีพริกป่นใส่เตรียมไว้ แล้วคนให้เข้ากัน , ทำกระเทียมเจียว โดยใช้กระเทียมกลีบเล็กเปลือกอ่อน ตำแล้วเจียวกับน้ำมัน

(8)   นำข้าวฟืนมาจัดใส่จาน แล้วราดด้วยน้ำมะเขือเทศ และน้ำมะขามนิดหน่อย ใส่กระเทียมเจียว งาขาวป่น ผักชีซอย บีบน้ำมะนาว เติมน้ำปลา ถ้าลูกชอบทานเผ็ดให้ใส่พริกคั่วผสมลงไปด้วย

 

 

 

 

 

 คราวหน้าสาวสว. อย่างเราจะหาอาหารไทยใหญ่ที่เจ้าบอมชอบกินมาแนะนำบ้างนะเจ้า

 

น้าป๋องแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทุกๆวันศุกร์

สาวๆสว. อย่างเรา จะแนะนำอาหารไทยใหญ่ทุกๆวันเสาร์

 

 

แล้วพบกันวันเสาร์หน้านะลูก

ป้านิด + น้าหล้า

8 พฤศจิกายน 51

 

 

ปล. ครูอี๊ดขอแถม

 

ป้านิด คือ ภรรยาลุงน้อง ส่วนน้าหล้า คือ ภรรยาน้าป๋อง บ้านเราญาติเยอะอย่างนี้ล่ะค่ะ พวกเขาเห็นครูอี๊ดมีเวบไซด์เป็นของตนเอง เลยแอบอิจฉาค่ะ 5555+ ครูอี๊ดนำรูปมาจากเวบไซด์อื่นๆ ขออนุญาตนำมาเผยแพร่ เพื่อเป็นความรู้ทั่วไปนะลูก

 

 

 

 

แผนที่บ้านครูอี๊ด พฤศจิกายน 9, 2008

Filed under: แผนที่บ้านครูอี๊ด — ครูอี๊ด @ 12:05 pm

—-ถ้าเข้า link ด้านล่างไม่ได้ ให้ลูกดูเมนูด้านขวามือนะคะ เข้า link ตามเมนูด้านขวาแทน จะสะดวกกว่าค่ะ—–


ที่พักแห่งนี้เหมาะกับใครบ้าง ?



ติดต่อจองบ้านครูอี๊ด

087 – 8158154 กับ 084 – 6130306 หรือ 053 – 612132 (อย่าเกิน 3 ทุ่มนะคะ ครูอี๊ดแก่แล้วค่ะั)



ราคาบ้านชมดอย



download : แผนที่บ้านครูอี๊ด

http://gotoknow.org/file/ngaochan/MAPAEED.pdf

เนื่องจากในแผนที่ ตรงหมายเลข 5 เขียนผิด ครูอี๊ดไม่สามารถแก้ไฟล์ได้ (หาไฟล์ต้นฉบับไม่เจอค่ะ)  หมายเลข 5 ในแผนที่ จริงๆแล้ว คือ สำนักงานด่านศุลกากร ไม่ใช่สำนักงานสรรพสามิตอย่างที่ระบุไว้ ขอให้ลูกจดจำที่ตั้งใหม่นะคะ  ครูอี๊ดต้องขออภัยลูกทุกท่านเป็นอย่างสูง มา ณ ที่นี้ด้วย


เส้นทางไปสู่บ้านครูอี๊ด อยู่ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ประมาณ  1  กิโลเมตร เดินทางไปได้ 2 เส้นทาง คือ


- ระยะทางประมาณ 1 ก.ม.
เริ่มจากสามแยกหน้าสำนักงานที่ดินจังหวัดแม่ฮ่องสอน (ข้างด่านศุลกากร-สถานีวิทยุกระจายเสียงฯ) เลี้ยวขวาที่สี่แยกหมู่บ้านเคหะชุมชน ขึ้นเนินผ่านสวนรุกชาติห้วยโป่งแข่  ผ่านทางแยกวัดดอยกิ่วขมิ้น ลงสู่ท้องนา เลี้ยวขวาที่ 3 แยกถนนอ้อมเมืองสร้างใหม่  จะเจอบ้านครูอี๊ด หลังคาสีแดง อยู่ทางซ้ายมือ ปรากฏชัด


– ระยะทางประมาณ 1 ก.ม. เริ่มจากสนามบินจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปตามถนนที่เขียนว่า ไปบ้านใหม่  ผ่านร้านอาหารศรีไพร  เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนเฉลิมพระเกียรติ ตรงที่มีป้ายลูกศรชี้บอกร้านอาหารบ้านระเบียง   ข้ามสะพานน้ำแม่ฮ่องสอน  ผ่านร้านอาหารบ้านระเบียง ผ่านนพเก้ารีสอร์ท  ผ่านทุ่งนาเขียวใส บ้านครูอี๊ดตั้งอยู่ทางขวามือค่ะ


แผนที่สถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน + ร้านอาหาร

http://gotoknow.org/file/ngaochan/Mapcitymaehongson.pdf



e0b981e0b89ce0b899e0b897e0b8b5e0b988e0b89ae0b989e0b8b2e0b899e0b884e0b8a3e0b8b9e0b8ade0b8b5e0b98ae0b89421

แผนที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนทั้งจังหวัด

map_maehongson

แผนที่เฉพาะตัวเมืองเชียงใหม่

map_chiangmai_1-1

 

เทศกาล งานประเพณี เฉพาะในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน : ธันวาคม 2552 พฤศจิกายน 9, 2008

เปิดเมืองไต ชิมอาหารไทยใหญ่ ชมสินค้าท้องถิ่น ครั้งที่ 3

6-11 ธันวาคม 2552

ณ หาดเจ้าฟ้า (ข้างโรงแรมเมาเท่นอินน์ บริเวณถนนคนเดิน)

ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอนและองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอนขอเชิญร่วมงาน “เปิดเมืองไต ชิมอาหารไทยใหญ่ ชมสินค้าท้องถิ่น ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 6-11 ธันวาคม 2552 ณ หาดเจ้าฟ้า (ข้างโรงแรมเมาเท่นอินน์ บริเวณถนนคนเดิน) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักชีวิต วัฒนธรรมของชาวไตในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

การจัดงานครั้งนี้นอกจากจะเป็นการเผยแพรอาหารท้องถิ่นแล้ว ยังช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรมด้านอาหารของชาวแม่ฮ่องสอน เนื่องจากอาหารและขนมบางชนิดหาทานได้ยากในปัจจุบัน เช่น อุ๊บอะ สิบย่าน ซางพอโก้ เปหย่าจ่อ ข้าวปุก อาละหว่า ส่วยทะมิน เป็นต้น ซึ่งผู้ร่วมงานสามารถเลือกชิมอาหารได้จากคูปองชิมฟรีที่แจกฟรีบริเวณหน้างาน และร่วมสนุกกับการคัดเลือกอาหารไตที่ประทับใจ อิ่มอร่อยกับอาหารและขนมไตที่มีให้เลือกนานาชนิด และการจำหน่ายอาหาร น้ำพริกคั่วไตและขนมไต  และยังจะได้ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและดนตรีพื้นบ้านทุกคืนในบรรยากาศ สบายๆสไตล์ไทยใหญ่ สัมผัสวิถีชีวิต7 ชนเผ่าอย่างใกล้ชิด ชมการสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่นจากทุกอำเภอ อาทิเช่น น้ำมันงา ขนมงา ผ้าทอขนแกะ ผ้าทอมูเซอและหัตถกรรมชนเผ่าในหมู่บ้านวัฒนธรรมเป็นต้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

องค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน โทร. 053 611 180, 053 611 385

ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน โทร. 053 612 982-3

นอกจากนั้นยังมีถนนคนเดินแม่ฮ่องสอน ที่อยู่ใจกลางเมืองพอดี ส่วนใหญ่คนที่ขับรถมาก็จะไปหาที่จอดรถกันบริเวณวัดจองกลาง วัดจองคำ ที่อยู่ติดกับถนนคนเดิน หรือบริเวณริมหนองจองคำ

 

การเดินทางสู่เมืองสามหมอก : รถส่วนตัว พฤศจิกายน 11, 2008

ครูอี๊ดจะขอตั้งต้นการเดินทางสู่เมืองสามหมอกจากเมืองหลวงล้านนานะเจ้า (แถมตั้งต้นจากตาก + นครสวรรค์ อีก 2 เส้นทางเจ้า) รวม 7 เส้นทาง


สำหรับผู้ที่ตั้งต้นจากที่อื่นๆ ครูอี๊ดขอไปหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนนะลูก พอดีลุงหน่อยมักจะพาครูอี๊ดไปแอ่วที่นี่นัก



(1) โดยรถส่วนตัว

สามารถเดินทางได้ 7 เส้นทาง (6 + 1) คือ



เส้นทางที่ 1

เชียงใหม่-หางดง-สันป่าตอง-จอมทอง-ฮอด -แม่สะเรียง – แม่ลาน้อย-ขุนยวม-แม่ฮ่องสอน


ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 ตัดจากจังหวัดเชียงใหม่ผ่านอำเภอหางดง อำเภอสันป่าตอง อำเภอจอมทอง อำเภอฮอด อำเภอแม่สะเรียง อำเภอแม่ลาน้อย(เชียงใหม่ – แม่ลาน้อย 5 ชั่วโมง) และอำเภอขุนยวม มาถึงอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน(63 กม. ใช้เวลา 2 ชัวโมง , หรือถ้านับจากฮอด-แม่ฮ่องสอน ประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่ง) รวมระยะทางประมาณ 369 กิโลเมตร


เส้นทางสายนี้เป็นทางตัดขึ้นเขาสูง มีความสวยงามและมีความคดโค้งนับได้มากถึง 1,864 โค้ง


ถ้าลูกๆจะแวะชมถ้ำแก้วโกมล พิพิธภัณฑ์สงครามโลกที่ขุนยวม น้ำพุร้อนผาบ่อง ให้ใช้เส้นทางนี้


ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง สภาพถนนเส้นนี้จะดีกว่าเส้น 1095



เส้นทางที่ 2

เชียงใหม่-แม่ริม-แม่แตง-ปาย-ปางมะผ้า-แม่ฮ่องสอน


จากเชียงใหม่ให้เดินทางไปตามเส้นทางไปอำเภอแม่ริม เจอทางแยกเพื่อเข้าทางหลวงหมายเลข 1095 (สายแม่มาลัย-ปาย) ตัดเข้าอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอปาย อำเภอปางมะผ้า และเข้าสู่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระยะทางเพียง 245 กิโลเมตร


ถนนเส้นนี้มักจะนิยมใช้เดินทาง ทำให้รถเยอะ ขับได้ช้า รวมถึงลักษณะทางจะเป็นทางขึ้นเขา ลงเขาแทบตลอด + โค้งเยอะมาก โดยเฉพาะโค้งแบบหักศอก ฉะนั้นช่วงลงเขา ลูกอย่าเหยียบเบรกแช่/เบรคค้าง เพราะจะทำให้เบรคไหม้ และให้ใช้เกียร์ L หรือ 1 – 2  ให้ลูกเติมน้ำมันและเสบียงให้พร้อมด้วย เพราะเส้นนี้ทางชันกว่าเส้นแม่สะเรียง


จะมีโค้งติดๆกันช่วงแม่แสะ – ห้วยน้ำดัง  และจะยาวเป็นลักษณะลงเขาต่อเนื่องช่วงทางเข้าขุนแม่ยะ – ปาย ขับได้ที่ความเร็วเฉลี่ย 60-80 และเส้นทางนี้ไม่ลาดชันเหมือนอ่างขาง


เส้นทางนี้เป็นเส้นทางผ่านไปยังห้วยน้ำดัง ปาย ถ้ำลอด ปางมะผ้า

ช่วงที่โหดคือจากอำเภอปางมะผ้า – หน้าถ้ำปลา ที่เส้นทางทั้งโค้ง ชัน ไต่ระดับต่อเนื่อง และรถทัวร์คันใหญ่จะวิ่งไม่ได้ เพราะชันมาก ทำให้รถทัวร์คันใหญ่ส่วนมากต้องไปใช้เส้นทางแม่สะเรียงแทน


ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E8691460/E8691460.html



เส้นทางที่ 3

ตาก-แม่สอด-แม่ระมาด-ท่าสองยาง-แม่สะเรียง- แม่ลาน้อย-ขุนยวม-แม่ฮ่องสอน


เดินทางจากจังหวัดตากไปยังจังหวัดแม่ฮ่องสอนแทน โดยไม่แวะเข้าจังหวัดเชียงใหม่


ไปตามทางหลวงหมายเลข 105 ผ่านอำเภอแม่สอด (90 กม.) แม่ระมาด ท่าสองยาง ถึงอำเภอแม่สะเรียง (จากแม่สอด-แม่สะเรียง 3 ชม.) ประมาณ 200 กิโลเมตร เป็นทางเรียบ รถน้อยถึงน้อยมากที่สุด ระหว่างทางแวะพักเดินเล่นที่ถ้ำแม่อุสุก่อนก็ได้ มีด่านตรวจตลอดทาง


ช่วงระหว่างตาก-แม่สอดจะเป็นเส้นทางขึ้นเขา-ลงเขาตลอด บางช่วงชัน ถ้าขับช่วงเช้ามืดหรือดึกมากๆต้องระมัดระวังพอสมควร เพราะเป็นช่วงที่คนขับจะหลับในได้ง่ายมาก และมีหมอกลงบังทางข้างหน้า


จากแม่สะเรียง ไปแม่ลาน้อย ขุนยวม ทางเริ่มคดเคี้ยว แต่ก็ยังทำความเร็วได้ จากขุนยวมไปแม่ฮ่องสอน เริ่มเลาะตามเขา ทำความเร็วได้น้อยลง มีระยะทางรวมทั้งหมดจากตากประมาณ 394 กิโลเมตร


ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง

ดูเส้นทาง แม่สอด ท่าสองยาง แม่เงา แม่สะเรียง

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E5782384/E5782384.html


http://www.pantip.com/cafe/ratchada/topic/V8692747/V8692747.html


เส้นทางนี้ถ้ามือใหม่ ไม่ชินทาง อย่าเดินทางตอนกลางคืนนะลูก เพราะเปลี่ยว ถ้าไปคันเดียว หรือ เพิ่งเคยไปครั้งแรก ครูอี๊ดแนะนำให้หลีกเลี่ยงเส้นนี้ดีกว่าเจ้า แต่ถ้าอยากเปลี่ยนเส้นทางบ้าง ให้เดินทางตอนกลางวันเท่านั้นจะเหมาะสมกว่า



เส้นทางที่ 4

ดอยอินทนนท์ – แม่แจ่ม – ขุนยวม – แม่ฮ่องสอน 150 กม.

ทางช่วงอินทนนท์ (ด่าน 2 กม.11) – แม่แจ่ม ระยะทาง 22 กิโลเมตร ทางค่อนข้างแคบมากประมาณ 5-6 เมตรเท่านั้น รถสวนกันได้พอดี ทางจะชันพอสมควร ไม่แนะนำอย่างยิ่งหากจะขับในช่วงกลางคืน แต่ช่วงกลางวันก็พอขับได้ ใช้เวลาผ่านทางนี้โดยประมาณ 1 ชั่วโมง



แม่แจ่ม – ขุนยวม ใช้เวลาขับประมาณ 2 ชั่วโมง ทางเป็น 2 เลน ขับง่ายกว่าสายอินทนนท์-แม่แจ่ม มากๆ แต่จะเป็นลักษณะเส้นทางบนเขาที่สูงชัน 99% ถ้าไม่เคยขับรถบนทางเขา แนะนำว่าไม่ควรมาทางนี้ และไม่แนะนำให้ขับในช่วงกลางคืน เพราะทางขับยาก และค่อนข้างเปลี่ยวพอสมควร แต่วิวสวยมาก บรรยากาศค่อนข้างดี รถไม่เยอะ ระยะทางประมาณ 65 กม.(เส้นนี้ไม่ควรขับหน้าฝน เพราะถนนลื่นมาก เกิดอุบัติเหตุง่าย )


ขุนยวม-แม่ฮ่องสอน ประมาณ 2 ชม.


ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง (จากดอยอินทนนท์)

เส้นทางขึ้นดอยอินทนนท์
http://www.liveyourtravel.com/index1.php?action=showvideoitemdetail&itemid=900

และดูเส้นทางได้ที่

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E8581415/E8581415.html


เส้นทางที่ 5

ตาก – เถิน – ลี้ – ดอยเต่า – ฮอด – ออบหลวง-แม่สะเรียง – แม่ลาน้อย-ขุนยวม-แม่ฮ่องสอน (เส้นทาง 106)

จากตาก – เถิน – ลี้ – ดอยเต่า – ฮอด (จากเถิน-ฮอด ประมาณ 140 กม.) ช่วงเถิน – ลี้ – ดอยเต่า – ฮอด นั้นต้องสังเกตป้ายบอกทางดี ๆ ทางวกวนมาก ต้องระวังทุกโค้ง และมองไม่เห็นรถที่สวนมาด้วย ต้องให้สัญญาณแตร ตลอดทุกโค้งที่แซง ซึ่งระยะห่างของโค้ง 100 เมตร ต่อ 100 เมตร ถ้าวิ่งกลางคืนจะได้ไฟจากรถที่สวนมา ช่วยบอกทางแทน


เส้นทาง เถิน-ฮอด ถ้าขับกลางคืนสำหรับคนไม่คุ้นเคย จะลำบาก เพราะโค้งจะเยอะและยิ่งขับช่วงฟ้าสางจะต้องใช้สมาธิมาก แนะนำให้ใช้เส้นลำปาง-ลำพูน แล้วตัดเข้าสายจอมทองน่าจะดีกว่า ถึงจะอ้อมหน่อย แต่ทางใหญ่ เร่งความเร็วได้ ปลอดภัยกว่า


เส้นนี้ขึ้นแม่ฮ่องสอนได้ใกล้กว่าเข้าไปตัวเมืองเชียงใหม่ แต่ไม่แนะนำให้ผ่านในตอนกลางคืน เพราะเปลี่ยวและมืด ปั้มน้ำมันก็คงจะปิดทำการหมดแล้วเช่นกัน


ถึง อ.เถิน ให้เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้า อ.ลี้ จ.ลำพูน ทางลดเลี้ยวลัดไปตามเขา จาก อ.ลี้ มุ่งหน้า อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ ถึงสามแยกดอยเต่าเลี้ยวซ้ายไป อ.ดอยเต่า มีป้ายบอกตลอดไม่ต้องกลัวหลง จากแยกนี้ไป อ.ฮอด 69 กม. จาก อ.ฮอด เลี้ยวซ้ายเส้นทางฮอด-แม่สะเรียง

ตาก-เถิน 97 กม. เถิน-ลี้ 50 กม. ลี้-แยกแม่ตืน (แยกไปดอยเต่า) 20 กม. แยกแม่ตืน-ฮอด 69 กม.


จากฮอด ใช้ 108- แวะออบหลวง-เข้าแม่สะเรียง (ประมาณ 100 กม.) จากแม่สะเรียง- เข้าแม่ฮ่องสอน (ประมาณ 67 กม.)


หรือถ้าจะใช้เส้นทางฮอด – ออบหลวง – แม่แจ่ม – ขุนยวม – แม่ฮ่องสอน ก็ได้ (ไม่เข้าแม่สะเรียง)


จาก อช.ออบหลวง ให้มุ่งไปทางแม่สะเรียง ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 21 จะมีทางแยกขวา เข้าเส้นทางไป อ.แม่แจ่ม เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1088 ซึ่งเป็นเส้นทางคดโค้งและชัน (แต่เส้นนี้ไม่แนะนำให้วิ่งกลางคืน) ระยะทางถึงแม่แจ่มประมาณ 45 กิโลเมตร จะผ่านสวนป่าแม่แจ่มด้วย   อยู่ทางซ้ายมือประมาณหลักกิโลเมตรที่ 16 จากทางแยกเข้ามา ระยะทางจะใกล้กว่า แต่จะทำเวลาได้ไม่มาก เพราะทางบางช่วงชัน   ไม่ค่อยมีรถวิ่ง   แต่ช่วงฮอด-แม่แจ่มไม่ยากเท่าช่วงแม่แจ่ม-ขุนยวม เพราะทางขึ้นลงเขาชันกว่ามาก เส้นนี้จากทางแยกประมาณ 1 ชม. ถึง 1.30 ชม.



เส้นทางที่ 6

นครสวรรค์ – พิษณุโลก -สุโขทัย-อ.ทุ่งเสลี่ยม – อ.เถิน – อ.ลี้ – อ.ฮอด – อ.แม่สะเรียง-แม่ฮ่องสอน



จากนครสวรรค์ วิ่งผ่านตัวเมืองนครสวรรค์ข้ามสะพานเดชาติวงศ์จะเจอไฟแดง สังเกตดูจะมีห้างบิ๊กซีอยู่ทางซ้ายมือ จากนั้นขับมาเจอแยกแรกไฟแดง ให้ชิดขวาไว้เลยจะมีป้ายบอกว่า พิษณุโลกเลี้ยวขวา จากนั้นก็ขับตรงไป อีก 130 กม. ทางหลวงหมายเลข 117 ก็จะถึงเมืองพิษณุโลก



หลังจากนั้นเปลี่ยนไปใช้ทางหลวงหมายเลข 12 ผ่าน อ.กงไกรลาศ เข้าสู่ อ.เมือง จังหวัดสุโขทัย ประมาณ 60 กม.


ถึงตัวจังหวัดสุโขทัย เลี้ยวขวาวิ่งไปต่อ 20 กม. เข้า อ.ศรีสำโรง วิ่งตัดออกไปอีก 50 กม. ถึง อ.ทุ่งเสลี่ยม (เส้น 1056 ต่อ 1327) จากทุ่งเสลี่ยม วิ่งไปตาม เส้น 1048 ประมาณ 60 กิโลเมตร จะเข้าสู่ อ.เถิน จ.ลำปาง



ระยะทางช่วงนี้เป็นทาง 2 เลนธรรมดาช่วงแรกทางเรียบมาก มีช่วงก่อนถึง อ.เถิน จะมีขึ้นเขาอยู่ประมาณ 20 กว่ากิโลเมตร แต่ไม่ชันมาก


พอวิ่งถึง อ.เถิน ให้ขึ้นไปดูรายละเอียดในเส้นทางที่ 5 ที่อยู่ด้านบนต่อ


เส้นทางที่ 7


เชียงใหม่-สะเมิง-วัดจันทร์- แม่ฮ่องสอน (เส้นทาง OFF-ROAD ONLY)


การเดินทางเส้นนี้ควรเป็นรถกระบะ หรือ 4WD เท่านั้นนะลูก ห้ามรถเก๋งเด็ดขาด เพราะเส้นทางนี้เป็นสายตรง จากเชียงใหม่ไปแม่ฮ่องสอนที่สั้นที่สุด แต่ใช้เวลานานที่สุด ขนาดเครื่องบินยังใช้เส้นทางนี้บินเลย


เป็นเส้นทิวทัศน์ของป่าสนบ้านวัดจันทร์ที่สวยงามที่สุด เป็นเส้นทางวิบากสูงชัน ขรุขระ ตะปุ่มตะป่ำ ฯลฯ สารพัดความทุรกันดาร

จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 ขึ้นไปทางอำเภอแม่ริม ประมาณ 15 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1096 ที่อำเภอแม่ริม ผ่านทางลัดเลาะไปตามไหล่เขาประมาณ 30 กิโลเมตร ถึงอำเภอสะเมิง

หรือจะออกจากเชียงใหม่ลงมาตามทางหลวงหมายเลข 108 ประมาณ 10 กิโลเมตร ถึงอำเภอหางดง แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 1269 ไปถึงอำเภอสะเมิงก็ได้ ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตรเช่นกัน

โดยเส้นทางจากอำเภอหางดงนี้ ช่วงต้นๆ จะผ่านรีสอร์ตสวยๆ หลายแห่ง แต่ช่วงก่อนถึงอำเภอสะเมิงจะเป็นทางลงเขาค่อนข้างชันและคดเคี้ยวกว่าเส้นทางที่มาจากอำเภอแม่ริม

เมื่อถึงอำเภอสะเมิงแล้ว ไปเลี้ยวขวาที่สามแยกหน้าสะเมิงริสอร์ท ตรงไปตามทาง รพช. ที่เป็นถนนลาดยางสลับกับถนนปูด้วยบล๊อกซีเมนต์ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร จากนั้นเป็นถนนลูกรังค่อนข้างวิบาก ลดเลี้ยวไปตามทางภูเขาสูงชันอีกประมาณ 43 กิโลเมตรก็ถึงบ้านวัดจันทร์ รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 145 กิโลเมตร

เชียงใหม่ – สะเมิง – วัดจันทร์ ใช้เวลา 5 ชั่วโมง

ส่วนเส้นทางจากบ้านวัดจันทร์ไปยังแม่ฮ่องสอนเป็นถนนลูกรังแคบๆ ค่อนข้างวิบากมาก ชันมาก เพราะถนนแคบ คดเคี้ยว และพื้นถนนขรุขระ ทางจะตัดลัดเลาะผ่านไหล่เขาและสันเขาสูงชัน แต่ได้อยู่ท่ามกลางทิวทัศน์สวยงามเป็นธรรมชาติ ระยะทางประมาณ 53 กิโลเมตร

ส่วนที่สวยที่สุดของเส้นทางนี้ เป็นเส้นทางระหว่างบ้านห้วยปูเลยไปยังบ้านห้วยปูลิง เส้นทางอยู่บนยอดเขา  อากาศเย็นมีหมอกปกคลุม สวยมาก

เส้นทางจะผ่านหมู่บ้านคนกะเหรี่ยงตลอด คือ จากบ้านวัดจันทร์ เข้าบ้านห้วยตอง  บ้านห้วยปูเลย สามแยกบ้านห้วยปูลิง บ้านห้วยไม้ดำ ไปจนถึงบ้านหนองขาวกลาง วิ่งมาถึงตรงนี้ถือว่ามาได้ครึ่งทางแล้วค่ะ  จากตรงนี้ต่อไปเป็นถนนลาดยางของ รพช. ไปอีกประมาณ 8 กิโลเมตร พอถึงบ้านห้วยฮี้ ทางก็กลับเป็นถนนลูกรังไปอีกประมาณ 17 กิโลเมตร ก่อนจะเข้าสู่ถนนลาดยางของ อบจ. แม่ฮ่องสอน(ห้วยตอง)ประมาณ 9 กิโลเมตร ผ่านหัวน้ำแม่สะกึ๊ด ออกไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 108 ที่เข้าสู่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 87 กิโลเมตร ใช้เวลาเกือบ 5 ชม.

หรือจะใช้เส้นทางจากบ้านวัดจันทร์ – ปาย (ไปบรรจบเส้นทางที่ 2) ก็ได้ ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร นับระยะทางจนถึงปากทางออกเท่านั้น ทางออกจะอยู่ห่างจากตัวเมืองปาย ประมาณ 12 กิโลเมตร เส้นทางเป็นทางลาดยางสะดวกสบาย เดินทางสะดวก แต่มีบางช่วงสูงชัน แต่วิวสองข้างทางสวยงาม

http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=21&topic_no=187413&topic_id=189807


ดูแผนที่เฉพาะเส้นทางที่ 6 นี้เท่านั้น

14497

คำนวณระยะทางและเส้นทางอย่างละเอียดได้ที่

http://www.dxplace.com/ ตรงที่เขียนว่า คำนวณระยะทาง


เพื่อนครูอี๊ดช่วยประมาณระยะทาง ถ้ามาจากกทม.-แม่ฮ่องสอนค่ะ


1. กทม-นครสวรรค์-กำแพงเพชร-ตาก-เถิน-ลี้-ดอยเต่า-ฮอด-ออบหลวง-สวน สนบ่อแถ้ว –ถ้ำแก้วโกมล-ขุนยวม-แม่ฮ่องสอน ระยะทางประมณ 889 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 ชั่วโมง


2. กทม-เชียงใหม่-ห้วยน้ำดัง-ปาย-แม่ฮ่องสอน ทางประมาณ 933 กม. ใช้เวลาประมาณ 15 ชั่วโมง


3. กทม-ลำพูน-จอมทอง-ดอยอินทนนท์-แม่แจ่ม-ดอยแม่อูคอ-แม่ฮ่องสอน ระยะทางรวม 944 กม. ใช้เวลา 15 ชั่วโมง


4. กทม.-ตาก-แม่สอด-แม่ระมาด-ท่าสองยาง-สบเมย แล้วมาบรรจบเส้น 108 ที่แม่สะเรียง-แม่ลาน้อย-ขุนยวม-แม่ฮ่องสอน ระยะทางรวม 892 กม. ใช้เวลา 13-15 ชั่วโมง


5.กทม-ลำพูน-จอมทอง-ฮอด-ออบหลวง-สวนสนบ่อแถ้ว–ถ้ำแก้ว โกมล-ขุนยวม-แม่ฮ่องสอน ก็จะเป็นอีกเส้นที่หนีช่วงเถิน-ลี้-ดอยเต่า ใช้เวลาใกล้เคียงกับเส้นทางอื่นๆ


อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกล่วงหน้า คือ :


ในเมืองแม่ฮ่องสอน มีปั๊มน้ำมัน ปตท. ในเมือง 1 ปั๊ม กับ ปั๊มเชลล์เล็กๆอีก 1 ปั๊ม ที่ตำบลปางหมูเท่านั้น


ลูกควรจะต้องเติมน้ำมันที่แยกแม่มาลัยให้เต็ม หรือถ้าเข้าแม่ฮ่องสอนจากด้านแม่สะเรียง ควรเติมที่แม่สะเรียงให้เต็มมาก่อนเช่นกัน


ที่ปาย ก็มี ปตท. ในเมืองแห่งเดียว และมีคอสโม เล็กๆอยู่นอกเมืองอีกแห่งเท่านั้น


ปีใหม่ปีที่แล้วมีรถค้างจำนวนมากเนื่องจากไม่มีน้ำมันให้เติมกลับออกมา


สำหรับลูกที่เดินทางโดยรถประจำทาง click

http://baankruaeed.wordpress.com/2008/11/11/bus/

e7210475-12

9 เส้นทางท่องเที่ยวสู่แม่ฮ่องสอน

http://baankruaeed.wordpress.com/2008/12/13/ninetravels

ปางอุ๋ง

http://baankruaeed.wordpress.com/2008/11/11/pang_ung

รวมโปรแกรมท่องเที่ยว

http://baankruaeed.wordpress.com/2008/10/29/program/

ไหว้พระ 9 วัดในเมืองแม่ฮ่องสอน

http://baankruaeed.wordpress.com/2008/11/28/temples

 

การเดินทางสู่เมืองสามหมอก : รถประจำทาง พฤศจิกายน 11, 2008

(2) โดยรถประจำทาง



ข้อมูลนี้แนะนำโดยนายบิ๊ก (BIG) เพราะเดินทางกลับมาหาแม่โดยใช้วิธีการนี้เท่านั้น (ไม่ยอมนั่งเครื่องบินเด็ดขาด เพราะกลัวเครื่องบินตก แม้ว่าแม่และพี่ชายจะออกเงินให้ก็ตาม เอาเงินแม่ แต่ไปนั่งรถประจำทางแทน แม่กับบอมเสียรู้เป็นประจำค่ะ!)



การเดินทางโดยรถประจำทางจากเชียงใหม่ มี 3 ทางเลือก คือ



โดยรถตู้


บริษัทเปรมประชาขนส่ง


จะวิ่งตามเส้นทางสายเชียงใหม่-ปาย-แม่ฮ่องสอน (ผ่านห้วยน้ำดัง)


ออกทุกๆ 1 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่ 06.30 น. เที่ยวสุดท้ายเวลา 13.30 น


ใช้เวลาเดินทางถึงแม่ฮ่องสอน 6-7 ชม.


สำหรับคนที่จะเดินทางไปแค่ปายเท่านั้น จะมีเพิ่มอีก 3 เที่ยว คือ  14.30/15.30/16.30 น.


ส่วนเที่ยวกลับจากปายไปเชียงใหม่ มีรอบ 07.00 , 08.00 , 09.00 , 11.30 , 12.30 , 13.30 , 15.30 น.



(ถ้าจองก่อนจะดีมาก เขาให้เปิดจองล่วงหน้าได้ 3 วัน เพราะคนนิยมใช้บริการ มิฉะนั้นจะต้องนั่งรอที่สถานีขนส่งอาเขตเชียงใหม่นานมากครับ  เช่น ตั้งใจจะไปเที่ยวแรก 06.30 น. แต่บางคนอาจจะได้ไปเกือบเที่ยง หรือเร็วสุดอาจจะ 08.30 น.)



ค่ารถ :


เชียงใหม่-ปาย 150          บาท


เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน 250 บาท


อีกเรื่องหนึ่งที่ควรรู้ : รถตู้จากปายไปแม่ฮ่องสอน ไม่ค่อยมีเนื่องจากรถจะเต็มมาจากเชียงใหม่แล้ว ฉะนั้นต้องนั่งรถประจำทาง(เมล์แดง)แทนคนละ 75 บาท ครับ


โดยรถทัวร์ปรับอากาศ


บริษัทเปรมประชาขนส่ง


จะวิ่งตามเส้นทางสายเชียงใหม่-แม่สะเรียง-ขุนยวม-แม่ฮ่องสอน



(ผ่านทุ่งบัวตองดอยแม่เหาะ อยู่ห่างจาก อ.แม่สะเรียงประมาณ 16 กม. อยู่ริมทางหลวง 108 ตรงหลักกิโลเมตรที่ 84 ต. แม่เหาะ เป็นที่ตั้งของศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา จ.แม่ฮ่องสอน  แต่บัวตองจะโรยตั้งแต่เดือนธันวาคม เป็นต้นไป


ส่วนทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ อยู่ อ.ขุนยวม ถ้าจะไปที่นี่ต้องลงรถที่ปากทางเข้าดอยแม่อูคอ อย่าลงที่ท่ารถขุนยวม เพราะไม่มีรถประจำทางจากท่ารถขุนยวมไปดอยแม่อูคอ ให้ลงตรงป้อมตำรวจ แล้วก็หาทางโบกรถนักท่องเที่ยวขึ้นไป จะสะดวกที่สุด ต้องขึ้นไปอีก 26 กม. จากปากทาง ถนนราดยางตลอดสาย)



ออกวันละ 3 เวลา คือ 06.30 น. /11.00 น. /21.00 น


ใช้เวลาเดินทางถึงแม่ฮ่องสอน 8 ชม.



ค่ารถ :


เชียงใหม่-ฮอด 90 บาท


เชียงใหม่-แม่สะเรียง 187 บาท


เชียงใหม่-ขุนยวม 275 บาท


เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน 337 บาท



โดยรถพัดลม (รถธรรมดา)


บริษัทเปรมประชาขนส่ง


แบ่งเป็น 2 เส้นทาง คือ



(1) วิ่งตามเส้นทางสายเชียงใหม่-แม่สะเรียง-แม่ฮ่องสอน


ออกวันละ 5 เวลา คือ เวลา 08.00 น. /20.00 น. /21.00 น.


ส่วนเที่ยวเวลา 13.30 น. จะถึงเฉพาะอำเภอขุนยวม


และเที่ยวเวลา 15.30 น. จะถึงเฉพาะอำเภอแม่สะเรียง


ค่ารถ :


เชียงใหม่-ฮอด 55 บาท


เชียงใหม่-แม่สะเรียง 100 บาท


เชียงใหม่-ขุนยวม 153 บาท


เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน 180 บาท



(2) วิ่งตามเส้นทางสายเชียงใหม่-ปาย-แม่ฮ่องสอน


ออกวันละ 5 เวลา คือ 07.00 น./09.30 น./10.30 น./12.30 น.


ส่วนเที่ยวเวลา 16.00 น. จะถึงเฉพาะอำเภอปายเท่านั้น


ค่ารถ :


เชียงใหม่-ปาย 80 บาท


เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน 142 บาท


และดูตารางเวลารถประจำทาง บรฺษัทเปรมประชา ทุกเส้นทางเพิ่มเติมได้ที่ http://www.premprachatransport.com/bus_schedule.php



อัตราค่าโดยสารและเวลารถออกอาจเปลี่ยนแปลงได้ สอบถามข้อมูลได้ที่


บริษัท เปรมประชาขนส่ง จำกัด แม่ฮ่องสอน 0-5361-1318


บริษัท เปรมประชาขนส่ง จำกัด เชียงใหม่ 0-5324-4737, 0-5330-4748


c77e6669ff5f161c3580119b17df47a6

(นำรูปมาจากบอร์ด trekkingthai ครับ)

ปล.

บอกก่อนว่าผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทเปรมประชาขนส่งนะครับ แต่บริษัทนี้ได้รับสัมปทานถูกต้อง แต่ของ บริษัท AYA ไม่มีสัมปทานครับ ผมไม่แนะนำ

(ลองดู 2 กระทู้นี้เพิ่มเติมจากการนั่งรถบริษัทนี้

http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=21&topic_no=105227&topic_id=106351)

การเดินทางโดยรถประจำทางจากกรุงเทพฯ มีทางเลือกเดียว

สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ และไม่อยากมาต่อรถตู้หรือรถบัสที่เชียงใหม่ สามารถเดินทางได้โดยรถทัวร์ปรับอากาศชั้น 1 แบบ 32 ที่นั่ง กรุงเทพฯ-แม่ฮ่องสอน บริษัทสมบัติทัวร์ ค่ารถคนละ 769 บาท ใช้เวลาเดินทาง 15 ชั่วโมง (สมบัติทัวร์ ซื้อสายนี้ต่อมาจาก บ.เมืองเหนือยานยนต์)

สาย 961 นครสวรรค์ กำแพงเพชร-ตาก-ฮอด-แม่สะเรียง-แม่ฮ่องสอน

จากกรุงเทพฯ รถออกเวลา 15.00 น. กับ 18.00 น. ที่สถานีขนส่งหมอชิต

จากแม่ฮ่องสอน รถออกเวลา 14.00 น. กับ 15.00 น. ที่สถานีขนส่งแม่ฮ่องสอน

ติดต่อ 02-9362495-99 หรือ http://www.sombattour.com/html/route/961.php

หรือจะใช้วิธีเดินทางโดยรถปรับอากาศจากกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ก็ได้เช่นกัน แล้วค่อยมาต่อรถโดยสารจากเชียงใหม่มายังแม่ฮ่องสอนอีกทีหนึ่ง

สำหรับการเช่ารถมอเตอร์ไซด์เพื่อขับเที่ยวในแม่ฮ่องสอนต่อนั้น ให้บอกสามล้อเครื่องที่จอดอยู่ที่ท่ารถว่าต้องการรถแบบไหน เช่น รถที่จะขึ้นไปปางอุ๋ง ฯลฯ เค้าจะพาไปร้านเช่าเอง หรือจะใช้วิธีการสอบถามคนแถวนั้นก็ได้ แต่ผมเกรงว่าจะเดินไปที่ร้านเช่าไม่ถูกมากกว่า  เพราะซอยเยอะ ค่าเช่าวันละประมาณวันละ 150-180 บาท น้ำมันเติมเอง เลือกเอาเองว่าจะเป็นร้านไหน เพราะมีหลายร้านในตัวเมือง

เดินทางโดยรถส่วนตัว click http://baankruaeed.wordpress.com/2008/11/11/car/

 

Update ข้อมูลเกี่ยวกับ “ปางอุ๋ง” ปี 2553 พฤศจิกายน 11, 2008

หมายเหตุก่อนอ่านข้อความด้านล่างทั้งหมด :



(1) เนื่องจากมีลูกๆ เล่าให้ครูอี๊ดฟังว่า ช่วงนี้มีคนเข้ามาใช้ประโยชน์จากข้อมูลใน Blog นี้จำนวนมาก ครูอี๊ดขออนุญาตให้ลูกอ่านข้อจำกัดและความเข้าใจทั้งหมดทั้งปวงที่ความคิดเห็นที่ 268 เป็นอันดับแรก และอ่านลำดับที่ 2 ที่ความเห็น 214  ข้อ (3) ก่อนอ่านข้อความอื่นๆ่ต่อไป เพราะจะได้เข้าใจที่มาที่ไปของในการทำ blog แห่งนี้ขึ้นมาค่ะ



(2) เนื่องจากข้อมูลที่ปรากฎในที่นี้ เป็นระบบแบบฟรี Blog ของ wordpress ที่จะ upload ข้อมูลอัตโนมัติ ไม่ใช่ website หรือ Blog ที่จ่ายเงิน และสามารถจัดการเนื้อหาหรือรูปแบบได้เองทั้งหมด จึงจำเป็นที่ลูกต้องอ่านข้อมูลแบบไล่ลงมาเรื่อยๆ ไม่ใช่แบบระบบแบ่งหน้า หรือ หัวข้อ นะคะ



(3) วิธีการข้อมูลใน blog นี้ให้ง่ายขึ้น คือ การอ่านเฉพาะหัวข้อที่ลูกต้องการเท่านั้นก็พอ เช่น ที่พัก , การรับบัตรผ่าน , สถานที่ท่องเที่ยว , วิธีการเดินทาง เป็นต้น ซึ่งครูอี๊ดได้อธิบาย โดยใช้ระบบตอบผ่านโดยให้ไปดูความคิดเห็นตามหัวข้อที่เกี่ยวข้องนั้นๆ ไม่จำเป็นต้องอ่านทุกความคิดเห็นก็ได้เช่นกัน



(4) อันนี้ครูอี๊ดไม่สบายใจยิ่งนักค่ะ ขออนุญาตชี้แจงเป็นเบื้องต้นก่อนอ่านข้อมูลเกี่ยวกับปางอุ๋งด้านล่างว่า :


ช่วงนี้มีแต่คนมาบ่นว่า “ขึ้นปางอุ๋งแล้ว นอนไม่ได้ ไม่สะดวกสบาย ไม่รู้จะมาทำไมถึงที่นี่ ไม่เห็นเหมือนที่ร่ำลือกันเลย ห้องน้ำไม่สะอาด มีน้อย อาหารไม่อร่อย แพง ฯลฯ”


ครูอี๊ดอยากชี้ให้เห็นข้อมูลเพิ่มเติมแบบนี้นะคะ


“ถ้าเราใช้สายตาคนที่อยู่กับความสะดวกสบายมาเป็นเกณฑ์หรือมาตรวัดปางอุ๋ง


เราจะพบว่าที่นี่ไม่มีความสะดวกสบายเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวทั่วๆไป ไม่ว่าจะเป็น ที่นี่ไม่มีห้องน้ำแบบชักโครกที่สะอาดเอี่ยม มีเพียงขันชะล้างทำความสะอาดเท่านั้น , ไม่มีน้ำอุ่น , ไม่มีไฟฟ้าใช้ 24 ชม. , ไม่มีที่นอนหนานุ่มหรือเตียงนอน , ไม่มีอาหารเช้า , ไม่มีผ้าเช็ดตัว , ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆนานา , ห้องน้ำรวมสำหรับผู้กางเต็นท์ที่มีเพียง 4 ห้องเท่านั้น เป็นแบบไม้ไผ่สานขัดแตะ


นี้คือข้อมูลเบื้องต้นก่อนขึ้นปางอุ๋งที่ทุกท่านควรเข้าใจสภาพวิถีชีวิตเช่นนี้ก่อน และควรยอมรับก่อนขึ้นไปนะคะ จะได้เข้าใจกันทุกฝ่ายค่ะ”


ฉะนั้นถ้าทุกท่านมีโอกาสเข้ามาที่ blog แห่งนี้ จะโดยตั้งใจหรือโชคชะตาฟ้าลิขิตเปิดมาเจอก็ตาม ที่นี่มีข้อมูล มีภาพ มีคำอธิบาย บอกทุกท่านไว้อย่างละเอียด ถึงปางอุ๋งแง่มุมต่างๆที่แตกต่างกันแล้ว ขอให้ใจเย็นๆ อ่านข้อมูลอย่างละเอียดนะคะ


ปางอุ๋งจะสวย เพราะใจคนที่ขึ้นไปางอุ๋งไม่คาดหวังปางอุ๋ง แต่มองปางอุ๋งอย่างที่ปางอุ๋งเป็นไี่ปตามกาลเวลาและความเปลี่ยนแปลงของโลก ชีวิต ผู้คน และสรรพสิ่งค่ะ




ประกาศล่าสุด : เมื่อวันที่  9 กุมภาพันธ์ 2553


ยกเลิกใช้บัตรผ่านทุกกรณีในการขึ้นปางอุ๋งตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2553 เป็นต้นไป  อ่านข้อมูลอย่างละเอียดได้ืั้ที่ความเห็น 508 และไม่จำเป็นต้องจองที่พักล่วงหน้า สามารถนำรถยนต์ส่วนตัวขึ้นไปบนปางอุ๋งได้เลย




แนวทางการขับรถเก๋งขึ้นปางอุ๋งด้วยตนเอง : อ่านความเห็นที่ 400 , 403



เดินทางจากเชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน ด้วยรถโดยสารบริษัทเปรมประชา : ดูความเห็นที่ 408 และ 409






ดูรูปที่พักในส่วนศูนย์ศิลปาชีพ + ชาวบ้าน (homestay) ประกอบ : รูปภาพเส้นทางการเดินทางขึ้นปางอุ๋ง และบรรยากาศที่พักข้างบน


ดูบ้านแบบ homestay-pangung.php :บ้านนายนะ , ลุงจาย , พี่ปะเท , พี่โอ้ง , ลุงสร้อยเงิน , ป้านุ , นายดำเล็ก , นายกอละ , ลุงอุทิศ , นายจิ่ง , นายตี้  , นายเหย่นละ (ครูอี๊ดขออนุญาตยืม link มานะคะ เพื่อให้ลูกๆเห็นที่พักตามจริงค่ะ แต่บริษัืททัวร์แห่งนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับครูอี๊ดค่ะ)





ระเบียบใหม่เข้าปางอุ๋งปี 52-53–ใช้ถึงวันที่ 20 มกราคม 2553 เท่านั้น หลังจากวันที่ 20 มกราคม 2553 นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางขึ้นปางอุ๋งได้ตามอัธยาศัย



(1) จองที่พักในส่วนของศูนย์ศิลปาชีพ ทั้งบ้านพักและเต็นท์ ต้องรับบัตรผ่านทุกกรณี และให้อ่านความเห็นที่ 152 , 253 , 268 อีกเรื่องถ้าอยากนำรถยนต์ขึ้นไปด้วย ต้องมาถึงด่านตรวจที่บ้านนาป่าแปก (ดูแผนที่ด้านล่างนะลูก อย่าพึ่งถามว่าอยู่ตรงไหนเจ้า) ก่อน 6 โมงเย็น ถ้าหลังจากนั้นต้องโดยสารรถสองแถวที่จัดไว้ให้ขึ้นไปแทน



(2) จองที่พักในส่วนพท.ป่าไม้ ทั้งบ้านพัก เช่าเต็นท์  หรือนำเต็นท์มาเอง ไม่ต้องรับบัตรผ่านทุกกรณี แ้ต่ต้องโทรยืนยันกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ล่วงหน้า 3 วันก่อนวันที่ลูกจะเข้าพัก เพื่อยืนยันการพัก ให้อ่านความเห็นที่ 248 และรายละเอียดพื้นที่กางเต็นท์ และดูรูป ที่ความเห็น 347 กับ 357 ค่ะ และมีข่าวว่า พท. กางเต็นท์ของป่าไม้เต็มจนถึงต้นเดือน กพ. 53 แล้ว ให้ดูความเห็นที่ 396



(3) จองที่พักกับชาวบ้านโดยตรง ทั้งบ้านพัก และเต็นท์ ไม่ผ่านศูนย์ศิลปาชีพ ไม่ต้องรับบัตรผ่านใดๆทั้งสิ้น แต่ต้องนำสลิปโอนเงินยื่นให้เจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจทราบ  ให้อ่านความเห็นที่ 309-310 กับ 312 รวมทั้งต้องเข้าใจเพิ่มเติมว่าที่พักจะไม่ค่อยเป็นส่วนตัว ใครคุยอะไรก็ได้ยินกันหมดค่ะ เพราะใช้แฝกเป็นฝาบ้าน หลังคาเป็นใบตองตึง



(4) ไม่ได้จองที่พักด้านบนและต้องการไปเที่ยวชมเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องรับบัตรผ่านใดๆทั้งสิ้นเช่นเดียวกัน แต่ต้องนำรถส่วนตัวไปจอดไว้ที่โรงเรียนบ้านนาป่าแปก มี อปพร. ดููแล ตรงทางแยกก่อนขึ้นไปบ้านรักไทย (ก่อนขึ้นไปปางอุ๋ง 6 กม.)


โดยผู้เที่ยวชมต้องโดยสารรถสองแถว (รถเล็ก) ท้องถิ่นที่บริการขึ้นไปแทน ค่ารถไป (30) – กลับ (20) = 50 บาท หรือเหมาคันละ 500 บาท เวลาเดินรถ 6 โมงเช้า – 5 โมงเย็น (แต่เวลาที่ไม่เป็นทางการจะเริ่มตั้งแต่ ตี 4 ครึ่งค่ะ) ถ้าจำเป็นต้องมาหลังจากเวลา 5 โมงเย็น ก็อย่าให้เกิน 19.00 น. โดยเด็ดขาด เพราะหมอกจะลงหนาจัดแล้ว และต้องใช้บริการแบบรถเหมาขึ้นไปแทนค่ะ และให้อ่านความเห็นที่ 10 และ 300


ดูรูปปางอุ๋งล่าสุดจาก board trekkingthai : 23-27 ตุลาคม 52 และอ่านประสบการณ์ที่กระทู้ 400 กับ 403 เพิ่มเติม


เดินทางจากปายไปปางอุ๋ง : ให้อ่านข้อมูลด้านล่างค่ะ มีอย่างละเอียด


—————————————————————————



(เวบนี้ถูกเขียนขึ้นมาเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2551 ปีที่แล้ว — และ update เป็นระยะๆ ฉะนั้นข้อมูลในนี้ จะมีทั้งข้อมูลปีที่แล้ว และ ปีนี้ –2552 ผสมกัน บางครั้งเวลาอ่าน ลูกๆอาจเกิดความสับสนได้บ้าง ครูอี๊ดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย)



ระบบการจองที่พักของศูนย์ศิลปาชีพแม่ฮ่องสอนทั้งบ้านพัก + เต็นท์ เป็นการจองแบบวันต่อวันเท่านั้น กับ  ที่พักแบบเช่าเต็นท์ และการนำเต็นท์ไปกางเองโดยตรงในพื้นที่ของป่าไม้ เป็นระบบที่สามารถจองล่วงหน้า ระบุวันเวลาได้ —ระบบจะต่างกัน ให้ลูกอ่านข้อมูลละเอียดๆ


รวมทั้งโปรดอ่านข้อจำกัดด้านล่าง ก่อนโทรฯติดต่อไปที่ศูนย์ศิลปาชีพ จะได้เข้าใจสิ่งที่ลูกจะต้องเผชิญ…….รวมถึงอ่านความเห็นที่ 214 และ 172 ประกอบความเข้าใจเพิ่มเติม เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง



บัตรผ่านได้เริ่มใช้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 52 – กลางมกราคม 53 และเวลารับบัตรผ่านทุกวันต้องไม่เกิน 4 โมงครึ่งเย็น (16.30 น.)  เพราะเ็ป็นสถานที่ราชการค่ะ



ดูรูปที่พัก + เบอร์โทรที่เกี่ยวข้องกับการจองที่พักบนปางอุ๋ง:  ดูความเห็นที่ 44 , 133 , 35ึ7 และอ่านความเห็นที่ 58 และ 109 ประกอบ



สถานที่ท่องเที่ยวระหว่างเดินทางขึ้นไปปางอุ๋ง (ภูโคลน , น้ำตกผาเสื่อ , พระตำหนักปางตอง , บ้านนาป่าแปก , บ้านรักไทย) : ดูความเห็นที่ 103  ส่วนท่องเที่ยวเฉพาะกะเหรี่ยงคอยาว อ่านความเห็นที่ 351






จองที่พักบนปางอุ๋งไม่ได้ แนะนำที่พักอื่นๆในบริเวณอื่นๆใกล้เคียง เช่น บ้านรักไทย : ดูความเห็นที่ 44 ,  59 , 321 และ 357



เทคนิคการขับรถเก๋งขึ้นดอย : ดูความเห็นที่ 44 และ ดูรูปภาพ เส้นทางขึ้นปางอุ๋ง



พัก Guest House ในเมืองแม่ฮ่องสอน : ดูความเห็นที่ 115



ไปปางอุ๋งคนเดียว ไม่มีรถส่วนตัว และอยากขึ้นไปเที่ยวบ้านรักไทย ชิมชาด้วย : ดูความเห็นที่ 47 , 61 , 72 และ 99 ประกอบ



ขับมอเตอร์ไซด์ไปปางอุ๋ง : อ่านความเห็นที่ 199 นะคะ



เบอร์ตำรวจทางหลวง : อ่านความเห็นที่ 343


รูปภาพเส้นทางการเดินทางขึ้นปางอุ๋ง และบรรยากาศที่พักข้างบน



ตัวอย่าง : บางโปรแกรมท่องเที่ยวเฉพาะในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน

การเดินทางสู่เมืองสามหมอก : รถส่วนตัว

9 เส้นทางท่องเที่ยวสู่แม่ฮ่องสอน

แผนที่ปางอุ๋ง : ดาวน์โหลด

สำหรับลูกที่เป็นมุสลิม อาจจะหาอาหารรับประทานยาก ในตัวเมืองแม่ฮ่องสอนมีร้าน KFC ที่ผ่านการออกหนังสือรับรองแล้ว อาจจะช่วยได้บ้างค่ะ



ข้อมูลเมืองปาย + เที่ยวปาย (PAI) อย่างละเอียด : ติดต่อน้องอาร์ม ลูกป้าหอม – 089 1347736 และดูรูป “ปายแตก” ที่ ความเห็นที่ 291 ประกอบ http://www.ilovepai.com/th/


ถ้าลูกจะไปกางเต็นท์นอนที่ห้วยน้ำดัง หรือ ดอยอินทนนท์ ลูกต้องไปจองที่กางเต็นท์ก่อนนะคะ อย่าเดินดุ่มๆ เข้าไปเฉยๆ cick :
http://www.dnp.go.th/parkreserve/tent_reservation.asp?lg=1





—————————————————————————-


ก่อนอ่าน : ครูอี๊ดแนะนำข้อมูลนี้ด้วยความเห็นส่วนตัวค่ะ นั่นอาจจะถูกใจหรือไม่ถูกใจใครอีกหลายๆคนก็ได้ แต่ในฐานะที่ครูอี๊ดและลุงหน่อยอยู่ที่นี่มานาน โดยเฉพาะลุงหน่อยที่เป็นไกด์ด้วย ฉะนั้นเรามีข้อมูลที่จะบอกลูกๆได้ว่า “ปางอุ๋งไม่ได้สวยตลอดเวลา เหมือนในโปสการ์ดหรือมุมกล้องจากภาพถ่าย หรือหนังเรื่อง Happy Birthday” นะคะ


ลูกลองพิจารณาข้อมูลเหล่านี้ และตัดสินใจดูว่า “ยังอยากจะขึ้นไปปางอุ๋งหน้าเทศกาลอยู่อีกไหม? “



ข้อมูลในบอร์ดนี้เฉพาะหน้าเทศกาล ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม – ต้นดือนมกราคม (โดยเฉพาะวันหยุดยาวหรือวันเสาร์อาทิตย์) นะคะ


โปรดจำไว้ว่า เวลาปกติ ปางอุ๋งก็กลายเป็นหมู่บ้านเงียบสงบดังเดิมดั่งที่เป็นมา ปางอุ๋งจะสวยและงดงาม ตอนที่คนไม่เยอะนะลูก ฉะนั้นถ้าลูกไปปางอุ๋งช่วงเทศกาลต่างๆ วันหยุดยาวติดต่อกัน ปางอุ๋งก็จะไม่สวย และลูกก็จะไม่สนุกเช่นกัน



e7307108-77

dsc_0358

คำแนะนำ

ปางอุ๋งโดยเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ และวันหยุดยาวเดือนธันวาคม

ประสบการณ์ปี 2551 คนจะล้นหลามและแน่นมากๆ ปางอุ๋งมีแต่คนเข้าพัก และที่พักบนนั้นจะเต็มหมดแล้ว ถ้าไม่จองล่วงหน้าก่อนเป็นเดือนๆ  (ลูกอาจจะได้เจอเพื่อนๆจำนวนมากที่ต่างหนีเมืองหลวงมาเที่ยวเหมือนกัน) จนพื้นที่เนินสนแทบไม่มีที่ให้กางเต็นท์ ห้องน้ำไม่พอ มองเห็นแต่นักท่องเที่ยวเต็มไปหมด หันไปทางไหนก็มีผู้คนมากหน้าหลายตา แย่งกันกิน แย่งกันใช้


ลูกลองคิดดูว่าคนจะเยอะมากขนาดไหน เพราะที่นี่จำกัดเต็นท์ที่กางได้คืนละ 100 หลัง เท่านั้น (พท.ทหาร-ศูนย์ศิลปาชีพ 50 หลัง + ป่าไม้ 50 หลัง) รองรับผู้เข้าพักได้จำนวน 300 คน/วัน และผู้เยี่ยมชมหมุนเวียน 300 คน

บริเวณกางเต๊นท์ – ทางป่าไม้ได้จัดพื้นที่ให้กางเต๊นท์ไว้ในบริเวณที่เดิมกับปีที่ผ่านๆมา คือบริเวณสนามหญ้าด้านที่ติดกับตัวอ่างเก็บน้ำ แต่จะมีการจำกัดจำนวนเต๊นท์อยู่ที่ 50 หลัง สำหรับปี 2552 นี้ เพื่อลดปัญหาความไม่สะดวกต่างๆที่เกิดขึ้นในอดีต บริเวณกางเต๊นท์ – ทางป่าไม้ได้จัดพื้นที่ให้กางเต๊นท์ไว้ในบริเวณที่เดิมกับปีที่ผ่านๆมา คือบริเวณสนามหญ้าด้านที่ติดกับตัวอ่างเก็บน้ำ แต่จะมีการจำกัดจำนวนเต๊นท์อยู่ที่ 50 หลัง สำหรับปี 2552 นี้ เพื่อลดปัญหาความไม่สะดวกต่างๆที่เกิดขึ้นในอดีต


ลักษณะเส้นทาง


ที่สำคัญใครที่ขับรถยังไม่ชำนาญ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะรถที่วิ่งเข้าออกบนถนนมีจำนวนมาก รวมทั้งเป็นการเดินทางไกล ทางแคบ สูงชัน คดเคี้ยว ใช้เวลานาน ตอนเช้าตรู่และกลางคืนจะมีหมอกลงเต็มทาง บางช่วงรถจะวิ่งสวนกันไม่ได้ ต้องรอให้อีกคันไปก่อน


อย่างไรก็ตามรถเกียร์ auto ก็สามารถขึ้นได้  แต่อย่าเหยียบเบรคแช่ และควรปิดแอร์ เพื่อเพิ่มกำลังเครื่องยนต์ตอนระหว่างขึ้นเขา


ทางขึ้นปางอุ๋งเป็นทางแคบโค้งพับหักศอกเป็นรูปตัว U ชัน ต้องใช้เกียร์หนึ่งขึ้นถึงจะไหว บางช่วงไหล่ทางแหว่ง ต้องระวังตก (แต่ลุงหน่อยบอกว่า ทางขึ้นอ่างขางโหดกว่า)


ไม่แนะนำให้ขับมอเตอร์ไซด์ขึ้นไปด้วยนะคะ นั่งรถสองแถวไปดีกว่าค่ะ ลูกครูอี๊ดทั้งสองคนที่ว่าขับมอเตอร์ไซด์เก่งๆแล้ว บอมกับบิ๊กขับมอเตอร์ไซด์จากเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน มาหาแม่ประจำค่ะ ยังล้มหลายครั้งแล้ว และพวกที่มีเป้ กระเป๋าอีก อย่าเสี่ยงดีกว่า กลิ้งมาแล้วลูก (แต่ถ้ามั่นใจ ชัวร์ ชำนาญทาง ไปเรื่อยๆ ก็โอเคค่ะ)



ครูอี๊ดขอแนะนำว่า ถ้าอยากเห็นปางอุ๋งที่เป็นปางอุ๋งจริงๆ ควรหลีกเลี่ยงวันดังกล่าวนะเจ้า


เพราะจุดหมายของการไปปางอุ๋ง น่าจะไปเพื่อชมบรรยากาศ ชมธรรมชาติมากกว่าทำกิจกรรมอย่างอื่นๆ เพราะตัวปางอุ๋งเองไม่มีอะไรเป็นจุดเด่น นอกจากวิวริมอ่างน้ำ ที่ตอนเช้าก็จะมีหมอกเหนือน้ำให้ลูกๆเก็บภาพ แต่บรรยากาศจะดีมาก ถ้าไปช่วงที่คนน้อย


อย่างไรก็ตามถ้าลูกหลีกเลี่ยงวันไ่ม่ได้ มีทริคเล็กๆมาฝาก คือ


คนจะเยอะเฉพาะช่วงเช้าๆและช่วงเย็นๆ เท่านั้น ช่วงรอยต่อกลางวันจะไม่ค่อยมีคน ลองแวะมาตอนสายๆก็ได้  น่าจะดีกว่า

และควรเดินทางไปถึงก่อน 6 โมงเย็น เพราะหลัง 6 โมงเย็นเป็นต้นไป ฟ้าจะมืดสลัวจนมองไม่เห็นวิวแล้ว


อาจมีคนถามว่าแล้วปางอุ๋งมีอะไร ? ทำไมใครๆก็ต้องไปที่นี่ให้ได้สักครั้งหนึ่ง


ครูอี๊ดขออธิบายให้เห็นภาพเพิ่มเติมดังนี้เจ้า :


ปางอุ๋ง หรือ บ้านรวมไทย คือ หมู่บ้านภายในโครงการพระราชดำริปางตอง 2 ในพระบรมราชินูปถัมภ์ของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 ต.หมอกจำแป่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน


ปางอุ๋งก็เหมือนกับโครงการพระราชดำริหรือโครงการหลวงทั่วไป คือเดิมเป็นป่าเสื่อมโทรม เนื่องจากชาวบ้านที่นี่ปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอยเป็นหลัก จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาเยือนในปี พ.ศ. 2522 พระองค์ท่านได้มีพระราชดำรัสให้จัดทำโครงการพระราชดำริขึ้น โดยอาศัยความสมัครใจของชาวบ้าน และให้ทหารเป็นผู้ดูแลเพราะพื้นที่ตรงนี้เป็นชายแดน


น้องทหารคนหนึ่งเคยเล่าฟังว่า


“ตอนนั้นมีผู้สมัครใจ 23 ครัวเรือน เท่านั้น แต่ต่อๆมาเมื่อชาวบ้านเห็นเพื่อนบ้านที่เข้าร่วมโครงการไปได้ดีก็มาเข้าร่วมโครงการเพิ่มมากขึ้น ส่วนโครงการปางอุ๋งนั้นเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2546 เพื่อให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมกับโครงการมากขึ้น ทั้งการเป็นผู้ดูและบ้านพัก ดูและสวน ขายกาแฟ สินค้าทางการเกษตร ”


ปาง หมายถึง ที่พักของคนทำงานในป่า

อุ๋ง หมายถึง พื้นที่ที่มีเต็มไปด้วยโคลนเฉอะแฉะ

ดังนั้น ปางอุ๋ง จึงหมายถึง ที่พักริมทางที่มีลักษณะเต็มไปด้วยโคลนค่อนข้างเฉอะแฉะ


ว่ากันว่าสมัยก่อน พื้นที่แถวปางอุ๋งในปัจจุบัน เป็นที่พักริมทางของคนที่เดินทางไปมาตามเขตชายแดน และด้วยสภาพพื้นที่ที่มีลักษณะเฉอะแฉะ จึงถูกเรียกว่า ปางอุ๋ง


ลุงปาละให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สมัยก่อนนั้นอ่างเก็บน้ำยังไม่เป็นอ่างเก็บน้ำอย่างทุกวันนี้ เป็นเพียงแอ่งที่มีน้ำขังตื้นๆ เวลาฝูงวัวควายลงไปเล็มหญ้าแล้วมักขึ้นมาไม่ได้ ชาวบ้านจึงเรียกกันว่าปางอุ๋ง


ส่วนที่เรียกหมู่บ้านนี้ว่าบ้านรวมไทยนั้น คุณลุงบอกว่า เพราะที่หมู่บ้านนี้ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งพม่า กะเหรี่ยงขาว กะเหรี่ยงแดง ฯลฯ อยู่ร่วมกัน


จริงๆแล้วที่แห่งนี้ชื่อจริงๆไม่ใช่ชื่อ “ปางอุ๋ง” แต่คือชื่อ “อ่างเก็บน้ำห้วยมะเขือส้ม” อยู่ในบริเวณที่เรียกว่า “ปางตอง”


สำหรับพื้นที่จริง “ปางอุ๋ง” นั้นอยู่บนเส้นทางขุนยวม – แม่แจ่ม ซึ่งเป็นบริเวณพื้นที่ของชุมชนชาวม้งต้นแบบของการจัดสวนรูปแบบปางอุ๋ง และทางโครงการได้นำรูปแบบดังกล่าวไปจัดสร้างขึ้นที่ริมห้วยมะเขือส้มอีกแห่งหนึ่ง จึงกลายเป็นสวนรูปแบบปางอุ๋งแห่งที่ 2


ปัจจุบันปางอุ๋งมีลักษณะพื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูง ริมอ่างเก็บน้ำเป็นแนวสนที่ปลูกเรียงราย มองดูเหมือนทะเลสาบที่สวยมากแห่งหนึ่งของเมืองไทย (อ่างเก็บน้ำปางอุ๋ง อยู่ที่พิกัด 19 D 29 M 52S North  และ 97 D 54 M 21S East  ที่ระดับความสูงประมาณ 3,800 ฟุต เหนือระดับน้ำทะเล )


http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=34&topic_no=145113&topic_id=146922


นอกจากนั้นยังมีแปลงพันธุ์ไม้เมืองหนาวหลากสีสันที่ปลูกประดับในโครงการ ฯ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความสวยสดงดงาม


2 สถานที่นี้ คือ จุดหมายของปางอุ๋งที่ใครๆก็มักขึ้นไปที่นี่กัน


กล่าวได้ว่า ปางอุ๋ง = อ่างน้ำ + ป่าสน + สายหมอก + กาแฟสดของชาวบ้านบ้านรวมไทย + หงส์พระราชทาน 1 คู่


และในที่สุดสิ่งเหล่านี้ก็จะไปปรากฏในภาพถ่ายของลูกๆยามเดินทางกลับ และหวนคิดถึงบรรยากาศวันนั้น


สิ่งเหล่านี้ทำให้ปางอุ๋งกลายเป็นพื้นที่ของ “ธรรมชาติที่มีชีวิต” ขึ้นมา


สำหรับลูกที่ตัดสินใจจะไปแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ?


1. ให้กลับไปอ่านข้อมูลด้านบนของ blog อย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งว่า ตนเองอยู่ในประเภทใดในข้อ 1-4 และอ่านข้อมูลในกระทู้ที่อ้างอิงไว้ด้านล่างประกอบ


โดยผู้ที่จองที่พักในส่วนของป่าไม้ ทั้งบ้าน , เต็นท์ , นำเต็นท์มาเอง ลูกต้องบอกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก่อนเข้านะคะ เพื่อให้มั่นใจ ขอให้โทรศัพท์ไปยืนยันที่ป่าไม้ปางอุ๋ง เบอร์โทร 084-4819466 , 081-783 3981 หรือ 053 692056 บอกชื่อ จำนวนคน จำนวนเต็นท์ จำนวนรถ วันที่เข้าปางอุ๋ง เพื่อยืนยันว่าจะเข้าแน่ๆ เพราะสถานที่คับแคบมากในช่วงเทศกาล มีการควบคุมจำนวนคนเข้าพื้นที่ และเมื่อถึงด่านตรวจ ลูกต้องแจ้งชื่อและรายละเอียดตามที่แจ้งไว้ล่วงหน้า (ข้อมูลนี้ – สำหรับลูกที่ไม่ได้พักบ้านพัก + กางเต็นท์นอนบนปางอุ๋ง ในพื้นที่ของศูนย์ศิลปาชีพเท่านั้น)


พื้นที่ปางอุ๋งมีระบบการจัดการ 2 ระบบ คือ ระบบของศูนย์ศิลปาชีพ -ทหาร(รับบัตร) กับ ระบบของป่าไม้ (ไม่ต้องรับบัตร) ซึ่งแยกส่วนกัน



สำหรับคนที่บอกลูกให้ขอบัตรผ่าน ครูอี๊ดแนะนำอีกวิธีหนึ่งว่าไม่ต้องขอบัตรผ่านก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ  แต่มีเงื่อนไข เฉพาะนอนในพื้นที่ของป่าไม้กับที่จองกับชาวบ้านโดยตรงเท่านั้น


โดยสามารถใช้วิธีการโทรศัพท์บอกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้โดยตรง หรือกรณีจองกับชาวบ้านโดยตรง ก็ใช้วิธีการยื่นสลิปโอนเงินให้ดู



เพราะไม่อย่างนั้นคนที่เดินทางมาจากปายต้องเสียเวลาเดินทางไป-กลับเกือบ 30 กิโล เพื่อรับบัตรผ่านที่ศูนย์ศิลปาชีพแม่ฮ่องสอน ซึ่งจะปิดตอน 4 โมงครึ่งเย็น รวมทั้งศูนย์ฯที่แม่ฮ่องสอนโทรศัพท์ติดยากมากถึงมากที่สุดเจ้า (ลองโทรศัพท์ตามเบอร์ของศูนย์ดูก็ได้ แล้วจะรู้ว่ายากจริงๆค่ะ)


v7270326-12

เพื่อให้เข้าใจเรื่องบัตรผ่านให้ง่ายขึ้น อธิบายแบบนี้ดีกว่าค่ะ


(1) สำหรับคนที่จะนอนบนปางอุ๋ง


- จองที่พัก (บ้านของโครงการ + เต็นท์) ผ่านทางศูนย์ศิลปาชีพ + guesthouse รวมไทย ในส่วนของโครงการไว้แล้ว ต้องไปรับบัตรผ่านที่ศูนย์ศิลปาชีพอย่างแน่นอน

หลายคนอาจคิดว่า ถ้าเราขับรถมาทางปาย ทำไมต้องย้อนไปรับบัตรผ่านที่ในตัวเมืองแม่ฮ่องสอนด้วย ครูอี๊ดอยากให้ทุกท่านคิดว่า “เป็นการมาสัมผัสวัฒนธรรมเมืองไทยใหญ่เพิ่มเติม” ที่ลูกจะหาไม่ได้ที่ในปางอุ๋งอย่างแน่นอน เพราะแม่ฮ่องสอน ไม่ได้มีแค่ปางอุ๋งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น


แต่ลูกต้องเข้าใจก่อนว่าที่พักของศูนย์ศิลปาชีพ จะมี 2 แบบ คือ


(1) บ้านริมอ่างของโครงการโดยตรง จะมี 3 คือ ราคา 350 บาท (มีแค่ 4 หลัง นอนได้ 2 คน ห้องน้ำรวม) ราคา 450 บาท  (มีแค่ 7 หลัง นอนได้ 2 คน ห้องน้ำในตัว) และ 600 บาท (มีแค่ 2 หลัง นอนได้ 4 คน ห้องน้ำในตัว) —เป็นบ้านอยู่หน้าอ่างเก็บน้ำโดยตรง เปิดประตูมาจะเห็นอ่างทันที


(2) บ้านของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในโครงการ เรียกว่า เกสต์เฮ้าส์หรือโฮมสเตย์ ซึ่งมีทั้งหมด 69 หลัง (จองผ่านศูนย์ศิลปาชีพหลังละ 400 บาท แต่ถ้าโทรไปจองกับชาวบ้านโดยตรง ราคาจะแตกต่างกันออกไปและต่อรองได้ เช่น 200-600 บาท เต็นท์เช่า 300 บาท แต่ถ้ามีเต็นท์มากางเองคิด 100 บาท เป็นต้น จองโดยตรงไม่ต้องรับบัตรผ่านนะคะ ) –อยู่ห่างจากอ่างประมาณ 150 – 300 เมตร ตามลำดับ


เวลาลูกโทรไปจองที่พักของศูนย์ศิลปาชีพ ให้ถามเจ้าหน้าที่ว่า ตนเองจะได้พักบ้านพักแบบไหน จะได้ตัดสินใจเลือกได้ถูกก่อน —ขึ้นไปดูรูปด้านบนนะคะ ครูอี๊ดนำ link ที่พักมาแปะไว้แล้ว



ลูกต้องโทรไปที่เบอร์โทร : 053 611 244, 053 611 649 ควรโทรเช้า ๆ ประมาณ 8 โมง  พอสัก 10 โมง เป็นต้นไป จะเริ่มโทรไม่ติดแล้วค่ะ หรือเบอร์มือถือ 081 3860974 หรือ 081 6036854 หรือ 080 4931512 ควรโทรในเวลาราชการเท่านั้นนะคะ


สำหรับลุงปาละตอนนี้ใช้เบอร์ 053 – 070589 , 053 -692144 และ 083 – 5716668 และ 084-3701540 —–บ้านลุงปาละ เป็นบ้านหลักแรกที่อยู่ห่างจากอ่างหรือทะเลสาบประมาณ 150 เมตร



อีกประการหนึ่งที่ต้องบอกกันก่อน คือ บางครั้งเจ้าหน้าที่อาจจะพูดจาไม่ดี ทำเสียงหงุดหงิดใส่กับลูก ขอให้ลูกใจเย็นๆนะคะ เพราะเขาต้องรับโทรศัพท์แทบจะตลอดเวลา ตอบคำถามเดิมๆซ้ำๆทุกวัน  ความเหนื่อย ความเครียด ก็ทับทวียิ่งขึ้น เจ้าหน้าที่ก็ทำงานหนัก คนจองก็อยากได้ที่พัก อะลุ่มอะล่วยกันไปนะคะ)


ส่วนนี้โอนเงินที่เลขบัญชี 508-006642-3 ชื่อบัญชีเกสต์เฮาส์รวมไทย(ศูนย์ศิลปาชีพ) ธนาคารกรุงไทย สาขาแม่ฮ่องสอน  โอนเสร็จลูกต้องส่งแฟกซ์ไปที่ 053-611649 หรือ  g_h21@hotmail.com โดยระบุชื่อผู้เข้าพัก/ผู้จอง บ้านพัก วันที่เข้าพัก


e7279552-22

- จองที่พักในส่วนของป่าไม้ ทั้งบ้านพัก (ติดต่อคุณสุพัตรา สุนันตา 082 8982536 วันเวลาราชการเท่านั้น) + เต็นท์เช่า (เบอร์โทร 084-4819466 , 087 – 1869016) + นำเต็นท์ไปกางเองโดยตรง ให้โทรแจ้งป่าไม้ตามเบอร์ที่ให้ไว้ได้โดยตรงค่ะ ไม่ต้องรับบัตรผ่าน ทราบมาว่าเต็นท์เช่าจะมี 2 ราคา คือ หลังเล็ก 350 บาท หลังใหญ่ 500 บาท ส่วนนำเต็นท์นำเองเสียค่าพื้นที่ 100 บาท


สำหรับลูกที่อยากสัมผัสบรรยากาศนอนเต็นท์ ครูอี๊ดแนะนำให้เลือกนอนในส่วนของพท.ป่าไม้ดีกว่า เพราะอยู่ด้านในสุด และเงียบสงบกว่า วิวดีกว่า


บางครั้งอาจจะมีคนชื่อคุณดวงใจ รับสาย ลูกจะได้รับข้อมูลต่อว่า ให้โอนเงินเข้าบัญชีเลขที่บัญชี 521-0249-638 ชื่อบัญชี ณัฐวัฒน์ คุณคำ  ธนาคารกรุงไทย สาขาสุเทพ นะคะ (แต่ข้อมูลนี้ ลูกลอง check เป็นระยะๆนะคะ เพราะลูกชายครูอี๊ดลองทดสอบ 5-6 ครั้ง ได้ข้อมูลตรงกันเช่นนี้)


- ยังไม่จองจะเสี่ยงขึ้นไป เผื่อจะได้นอนบนนั้น ถ้าเป็นช่วงเทศกาล อย่าเสี่ยงเลยค่ะ หรือโทรฯถามป่าไม้ขอคำแนะนำน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า


อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่ใช่ช่วงเทศกาล ถ้าลูกจะไม่ไปรับบัตรผ่าน ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร


(2) สำหรับคนที่ขึ้นไปเที่ยวชม ไม่พักในบริเวณอ่าง หรือมีที่พักอยู่ที่อื่นแล้ว ให้อ่านความเห็นในกระทู้ด้านล่าง ที่ 298 ประกอบ


ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นสำหรับการเข้าชมปางอุ๋ง



วิธีการเดินทาง

3. การเดินทาง : จากอำเภอเมือง แม่ฮ่องสอน ใช้เส้นทางแม่ฮ่องสอน – ปาย (1095) ออกจากตัวแม่ฮ่องสอนไปประมาณ 15 กม. จะมีทางแยกซ้ายมือมีป้ายบอกทางไปภูโคลนให้เลี้ยวซ้ายเข้าไป (เส้นทางเดียวกับภูโคลน) ตรงไปเรื่อยๆ เป็นเส้นทางไปน้ำตกผาเสื่อและพระตำหนักปางตอง


สภาพถนนลาดยางแต่สูงชันมาก โค้งหักศอกและทางแคบ  อันตราย ระยะทางประมาณ 35 กม. จนถึงบ้านนาป่าแปก เลี้ยวซ้ายไปตามถนนคอนกรีตอีก 7 กม. ทางแคบและจะแคบลงมาก ๆ ในช่วงสุดท้ายก่อนเข้าหมู่บ้าน โดยใช้เวลาประมาณ 1 – 1.30 ชั่วโมง พยายามอย่าไปถึงให้เย็นมากนัก จะเดินทางลำบากค่ะ


เส้นทางจะผ่านบ้านชาวม้งและไทยใหญ่ ผ่านแนวต้นสน แล้วจะพบกับซุ้มประตูของบ้านรวมไทยค่ะ ตรงไปก็จะเป็นเส้นทางไปอ่างเก็บน้ำที่ลูกๆชอบไปชมวิวกัน


แต่ถ้ามาจากอำเภอปาย อำเภอปางมะผ้า (ยังไม่เข้าเมืองแม่ฮ่องสอน) ให้สังเกตทางเข้า จะอยู่เลยถ้ำปลามา 1 กม. อยู่ทางขวาต้องสังเกตให้ดี เพราะทางเข้าจะอยู่ก่อนทางโค้งขึ้นเขา เวลาเลี้ยวเข้าระวังรถลงจากเขาด้วย


สำหรับมือใหม่หัดขับ แต่อยากลองขึ้นปางอุ๋ง : ห้ามเด็ดขาดนะลูก ลูกควรจะต้องขับรถลงเขาขึ้นเขาให้ชินเสียก่อน ถนนขึ้นไปปางอุ๋งเป็นเลนสวน จะอันตรายมากทั้งต่อคนขับและเพื่อนร่วมทาง อย่าเสี่ยงดีกว่า ยังไงปางอุ๋งก็ไม่หนีลูกไปไหนหรอก รักษาชีวิตไว้ก่อนดีกว่า  ลูกควรใช้วิธีเหมารถจากตัวเมืองแทน

รถเก๋งสามารถขับขึ้นไปได้เช่นกัน เช่น jazz , honda city , civic , tida , ตาโต , วีออส , ยาริส


ระยะเวลาเดินทาง

ห้วยน้ำดัง-ปาย                              45      นาที
ปาย-แม่ฮ่องสอน(ศูนย์ศิลปาชีพ)              3        ชม.
แม่ฮ่องสอน(ศูนย์ศิลปาชีพ)-ปางอุ๋ง          1.30   ชม.
ปางอุ๋ง-ปาย                                           3.5     ชม.

รูปภาพเส้นทางการเดินทางขึ้นปางอุ๋ง และบรรยากาศที่พักข้างบน


คำนวณระยะทางและเส้นทางอย่างละเอียดได้ที่

http://www.dxplace.com/ ตรงที่เขียนว่า คำนวณระยะทาง


สำหรับลูกที่จะขับรถจากปายไปปางอุ๋ง


ให้ทันหมอกตอนเช้าตรู่ ครูอี๊ดไม่แนะนำเด็ดขาด

เนื่องจากเส้นทางจากปาย ไปทางเข้าปางอุ๋งประมาณ 2.5-3 ชม. ลูกต้องออกจากปายช้าสุด คือ ตี 3

และวิ่งมาตามทางที่โค้งและชันมาก นอกจากนั้นต้องขึ้นไปบนปางอุ๋งอีก 1 ชม.(เร็วสุด)

รวมเวลาทั้งหมดก็ราว ๆ 3.5-4 ชม. (ขึ้นอยู่กับความชำนาญของคนขับรถ)

อีกอย่าง ฤดูหนาว หมอกหนามากเป็นพิเศษ มองไม่เห็นรถสวนมา ไปสายๆ สว่างแล้วน่าจะปลอดภัยกว่า


หรือมีอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่เดินทางจากปายไปปางอุ๋ง คือ


ที่ถนนคนเดิน ในตอนกลางคืน จะมีทัวร์ one day trip ตั้งโต๊ะอยู่ เป็นทัวร์เพื่อเดินทางไปปางอุ๋ง  คนละ 500 บาท (ราคาปี 51) เห็นว่าปี 52 นี้ ราคาขึ้นเป็น 550 บาท/คน ออกเดินทางจากปายตอนตีสาม หรือตีสี่ กลับเข้าเมืองปายอีกครั้งตอนเย็นๆ มืดๆ

มีหลานๆที่นั่นบอกครูอี๊ดว่าถ้าจองผ่านรีอร์ทหรือที่พักอาจแพงถึง 700-800 บาท คิดว่าให้ลูกมาเดินดู เพื่อจองที่โต๊ะจองที่ถนนคนเดินเลยจะดีกว่า


แวะเที่ยวตามเส้นทาง คือ  บ้านรักไทย ภูโคลน พระธาตุดอยกองมู กระเหรี่ยงคอยาว ถ้ำปลา กิ่วลม ร่วมทั้งที่เที่ยวอื่นๆในเส้นทางเดียวกัน(เส้นทางแม่ฮ่องสอน) ยกเว้นเพียงถ้ำน้ำลอดเท่านั้น


หรือจะใช้วิธีีการเหมาไปเฉพาะกลุ่มของตนเองก็ได้ ราคาประมาณ 3,600/คัน


หรือจะไปห้วยน้ำดังอย่างเดียวเพียงเท่านั้นก็ได้ในตอนเช้า คนละ 200 บาท


โดยสรุป oneday trip จะเป็นรูปแบบนี้ค่ะ


1. ทัวร์ปางอุ๋ง 1 วัน ออก 04.00 กลับถึงปาย 18.00 น. ราคา 500 – 550 บาท/คน บางเจ้าราคาทัวร์ปางอุ๋ง 500 บาท แต่จะยังไม่รวมค่ารถสองแถวขึ้นปางอุ๋งอีก 50 บาท ลูกต้องไปจ่ายเองที่นั่น ฉะนั้นขอให้ลูกถามด้วยว่า ราคานี้รวมค่ารถสองแถว 50 บาทหรือยัง

2. ทัวร์ห้วยน้ำดัง ออก 5.00 กลับถึงปาย 10.00 น. ราคา 200 บาท/คน


3. ทัวร์รอบๆ ปาย ออกช่วงบ่ายๆ ราคาประมาณ 300 บาท/คน


สำหรับลูกที่เดินทางโดยรถประจำทางมาลงที่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ให้ไปขึ้นรถสองแถวสายแม่ฮ่องสอน – บ้านรักไทย (แม่ออ) ท่ารถอยู่ที่หลังตลาดสายหยุดมีเที่ยวเช้ากับเที่ยวเย็นนะเจ้า คือ 09.00 น. และ 15.30 น. (ในบางวันเที่ยวเย็นอาจช้าได้บ้างสักครึ่งชั่วโมง) และ ออกจากปางอุ๋ง เวลา 05.30 น. และ 11.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 .40 – 2 ชั่วโมง ราคา 80 บาท ทะเบียนรถ 10-0259 รถสองแถวเล็กสีเหลือง





หรืออาจจะเหมารถจากหน้าตลาดสายหยุดไปเลยก็ได้ ค่ารถประมาณ 600 บาท


(อย่าลืมเน้นด้วยว่าไปปางอุ๋ง ที่เป็นอ่างเก็บน้ำห้วยมะเขือส้ม ไม่งั้นคนขับรถอาจพาไปปางอุ๋งที่ขุนยวมแทน)


เบอร์รถโดยสาร (เผื่อลูกๆที่ตกรถ) 081-2880841, 087-1767892 (ดาบเทียม) หรือถ้าโทรหาดาบเทียมไม่ติดให้โทรหา คุณใหญ่  081 1649029 ก็ได้ค่ะ หรือติดต่อคนขับรถอีกท่านหนึ่ง คือ ลุงสังวาลย์ 087 – 3052261 ก็ได้เช่นเดียวกัน



จำไว้นะลูก – ปางอุ๋งรถโดยสารมีตามรอบเวลาที่บอกไว้เพียงเท่านั้น  ถ้าลูกอยากขึ้นหรือลงจากปางอุ๋ง ที่ไม่ใช่เวลาดังกล่าว ต้องเหมารถเท่านั้นนะคะ



สำหรับลูกที่จะต้องเดินทางไปรับบัตรที่ศูนย์ศิลปาชีพก่อน (พิกัด N 19องศา 17.132′

E 97องศา 57.651 ) ถ้าตั้งต้นจากท่ารถ ก็ตรงมาประมาณ 500 เมตร พอถึงสามแยกศาล ก็เลี้ยวขวา เดินไปอีกประมาณ 500 เมตร ก็ถึงแล้วเจ้า หรือจะนั่งมอเตอร์ไซค์หรือรถรับจ้างแถวนั้นก็ได้เช่นกัน เดินไม่เหนื่อยเท่าไหร่นัก ค่ามอเตอร์ไซด์ต้องไม่เกิน 20 บาท (http://www.holidaythai.com/9kimjor/blogs-747.htm)

ดูแผนที่ได้ที่ http://www.maehongsonarts.com/images/lgmap.jpg


ปางอุ๋ง เปิดให้เข้าพื้นที่ทุกวัน ระหว่างเวลา 06.00-20.00 น.



นอกจากนั้นบนปางอุ๋งไฟฟ้าจะมีใช้ถึงเพียง 4 ทุ่มเท่านั้น ควรเตรียมเทียนไขหรือไฟฉายไปด้วย และจะหาปลั๊กไว้ชาร์ตแบตโทรศัพท์หรือกล้องดิจิตอลนั้นเลิกคิดได้เลย ควรเตรียมแบตเตอรี่ไปเพิ่มด้วยค่ะ (โทรศัพท์ใช้ได้ดีทั้ง AIS และ DTAC)


อาหารการกินไม่ค่อยสะดวก ราคาอาจจะแพงกว่าด้านล่าง แต่ชาวบ้านจะมีบริการตลอดแน่นอน ห้ามทำอาหารสดกินเอง ฉะนั้นควรเตรียมอาหารแห้งขึ้นไปเองจะสะดวกกว่า เช่น มาม่า รวมถึงลูกที่นอนดึก และยังหิวอยู่  เตรียมของกินติดไม้ติดมือขึ้นไปด้วยก็จะดี เพราะร้านอาหารของชาวบ้านจะปิดเร็ว



ร้านอาหารเป็นร้านของชาวบ้าน เช่น ของบ้านลุงปาละ เป็นอาหารตามสั่ง อาหารพื้นๆทั่วไป หรือถ้ากินไม่ได้จริงๆ แทบทุกบ้านมีมาม่าขายค่ะ


รวมทั้งที่นี่ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอออล์ เหล้า เบียร์ขายด้วยนะคะ



ไม่มีน้ำอุ่น ไม่มีผ้าเช็ดตัว ไม่มีสบู่ ยาสระผม หรือครีมล้างหน้า สำหรับทำความสะอาดร่างกาย เหมือนที่ทางโรงแรมเตรียมไว้ให้นะเจ้า ต้องเตรียมขึ้นไปเอง



ท่องเที่ยวปางอุ๋งคนเดียว ด้วยรถโดยสารจากกทม. – แม่ฮ่องสอน : อ่านกระทู้นี้ เผื่อตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=21&topic_no=96455&topic_id=97411


ชมวีดีโอปางอุ๋ง (วันที่ไม่มีคน) click :

http://thai.tourismthailand.org/movie-clip-video/clipvideo-detail-377.html


ดูแผนที่การเดินทางไปปางอุ๋ง ผ่านระบบ google satellite map

http://www.tripandtrek.com/map/ge/pangung_rakthai_map.php

http://www.maplandia.com/thailand/northern/chiang-mai/ban-pang-ung/


e0b981e0b89ce0b899e0b897e0b8b5e0b988e0b89be0b8b2e0b887e0b8ade0b8b8e0b98be0b887

ด้วยความรัก

ครูอี๊ดและลุงหน่อย

8 กุมภาพันธ์ 53


ข้อมูลอื่นๆ

ตัวอย่าง : บางโปรแกรมท่องเที่ยวเฉพาะในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน (2 วัน 2 คืน)

Click http://baankruaeed.wordpress.com/2008/10/29/program/


แผนที่ในโครงการปางอุ๋ง : ดาวน์โหลด

แผนที่ในปางอุ๋ง


 

อากาศตัวเมืองแม่ฮ่องสอนขณะนี้ : เมื่อสายลมหนาวเดินทางมาแอ่วแล้ว พฤศจิกายน 13, 2008

 

บ้านป่าปุ๊ : เมื่อชาวบ้านกะเหรี่ยงและไทยใหญ่อยู่กันอย่างกลมกลืน พฤศจิกายน 14, 2008

สวัสดีครับ

 

        กลับมาพบกับน้าป๋องอีกอาทิตย์หนึ่งแล้ว แหม! เขินจังเลย มีคนมาเม้นท์ให้น้าป๋องด้วย ครูอี๊ดแอบอิจฉาใหญ่เลยครับ เพราะตัวเองไม่มี 555+

 

 

        สำหรับมุมท่องเที่ยวผาบ่องอาทิตย์นี้ น้าป๋องจะพาพวกเราไปเที่ยวที่หมู่บ้านป่าปุ๊กันครับ ที่นี่ยัยป่าน แฟนเจ้าบอม ชอบให้ครูอี๊ดและลุงหน่อยพาไปซื้อผ้าทอมือกะเหรี่ยง สินค้า OTOP ขึ้นชื่อของเมืองแม่ฮ่องสอนที่หมู่บ้านแห่งนี้เป็นประจำ เวลาคุณเธอมาแม่ฮ่องสอนครั้งใด ลองดูเสื้อกะเหรี่ยงที่เธอใส่ซิครับ มาจากหมู่บ้านนี้แทบทั้งนั้น

 

 

        บ้านป่าปุ๊ ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลผาบ่อง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ห่างจากตัวเมืองประมาณ 10 กิโลเมตร อยู่บนถนนสายหลัก

 

 

ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังว่าหมู่บ้านแห่งนี้ตั้งขึ้นมานานแล้ว ย้อนไปได้ถึงยังสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 หรือเมื่อราวแปดสิบกว่าปี ชุมชนดั้งเดิมเป็นชาวไทยใหญ่ ต่อมาประมาณ 50-60 ปีที่แล้ว ชาวกะเหรี่ยงปกากะญอ ได้ย้ายเข้ามาตั้งรกรากอยู่ด้วย ปัจจุบันหมู่บ้านแห่งนี้มี 180 หลังคาเรือน ประชากรประมาณ 2,000 คน

 

ชื่อ “ป่าปุ๊” นั้น สันนิษฐานกันว่า เมื่อตอนที่ชาวบ้านชุดแรกเข้ามาตั้งรกรากที่นี่ สภาพภูมิประเทศดั้งเดิมมีต้นพลูขึ้นไปทั่ว ป่าพลูจึงถูกเรียกเพี้ยนเสียงไปตามสำเนียงชาวเหนือว่า “ป่าปุ๊” ไปในที่สุด 

 

ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยมีงานหัตถกรรมทอผ้าพื้นเมืองเป็นอาชีพเสริม ชาวบ้านนับถือทั้งศาสนาพุทธและศาสนาคริสต์ จุดเด่นของหมู่บ้านนี้อีกประการหนึ่ง วิถีชีวิตที่ผสมผสานระหว่างความเป็นชาวไทยใหญ่และชาวกะเหรี่ยงที่อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน

 

 

สำหรับการทอผ้ากะเหรี่ยง (ต่ากี๊ย่ะ) นั้น สันนิษฐานกันว่าการทอผ้าเข้ามาสู่บ้านป่าปุ๊ โดยชาวกะเหรี่ยงชุดแรกๆที่อพยพเข้ามาทำมาหากินแถบนี้สมัยเมื่อราว 50-60 ปีที่แล้ว

 

 

การทอผ้าของชาวป่าปุ๊จะเป็นการนำทรัพยากรจากธรรมชาติ ทั้งเปลือกไม้ ใบไม้ ผลไม้ มาย้อมสีผ้า ไม่ว่าจะเป็น ใบสะหมอย้อมให้สีน้ำตาลอ่อน ลูกสะหมอย้อมให้สีเทาเข้ม สีน้ำเงินจากใบห้อม สีเทาจากลูกมะขามป้อม เปลือกเพกาผสมใบถั่วย้อมให้สีเขียวอ่อน สีโอรสจากเปลือกเงาะป่า สีชมพูจากเปลือกต้นมะขาม สีเลือดหมูจากเปลือกมังคุด และสีเหลืองจากขมิ้นและเปลือกมะม่วง รวมถึงนำสีจากธรรมชาติมาถ่ายทอดลงบนลายผ้าด้วย

 

 

ต่อมาในปี พ.ศ. 2542 ทางหน่วยงานราชการได้เข้ามาส่งเสริมความรู้เพิ่มเติมให้กับชาวบ้านได้รู้จักการย้อมสีธรรมชาติ ส่งผลให้งานทอผ้าที่เคยมีแต่ลายสีขาวและแดงตามธรรมเนียมของชาวกะเหรี่ยง มีสีสันและลวดลายที่สวยงามยิ่งขึ้นมา จนกลายเป็นงานศิลปะร่วมสมัย ที่ใครๆที่พบเห็นต่างให้การยอมรับ  โดยเฉพาะผลงานทอผ้าที่เน้นการแทรกสลับด้วยเมล็ดธัญพืชสารพัดชนิดบนลายผ้าปักอย่างพิถีพิถัน อันแสดงถึงความงดงามอันเป็นลักษณะเฉพาะอย่างยากจะหาที่ใดมาทัดเทียม

 

 

ลวดลายผ้าที่ชาวบ้านป่าปุ๊นำมาทอและปักมือ ตกแต่งลงบนเครื่องใช้เครื่องแต่งกาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ ผ้าซิ่น กระโปรง ผ้าห่ม ผ้าปูโต๊ะ ผ้ารองจาน จะมีทั้งลายดั้งเดิมที่นิยมปักทอมาตั้งแต่รุ่นก่อนจนถึงปัจจุบัน ทั้งลายเชอกอพอ (ลายดอกมะเขือ)  ลายเกอแนเดอ (ลายรังผึ้ง) ลายทีข่า (ชื่อแมลงบนผิวน้ำ)

 

 

การเดินทางไปบ้านป่าปุ๊ ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 ลงมาทางทิศใต้ตามเส้นทางสู่อำเภอขุนยวม และท่านจะพบกับศูนย์กลางชุมชนบ้านป่าปุ๊ ที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อจำหน่ายสินค้า OTOP ขึ้นหมู่บ้าน โดยเฉพาะสินค้าทอมือของชาวบ้านกะเหรี่ยง เช่น เสื้อผ้า    , ผ้าซิ่น, กางเกง, กระเป๋า, ผ้าปูเตียง, ผ้าห่ม, ผ้าพันคอ เป็นต้น

 

 

        อาทิตย์หน้าน้าป๋องจะมาแนะนำหมู่บ้านนี้ต่อครับ ยังมีกิจกรรมให้ทำอีกเยอะ จะชวนไปนอนโฮมสเตย์ ชาวไตกันครับ

 

 

แล้วพบกันใหม่

 

น้าป๋อง ณ ผาบ่อง

 

14 พฤศจิกา 51

ไปเที่ยวบ่อน้ำร้อนผาบ่อง

 

http://baankruaeed.wordpress.com/2008/11/07/pha_bong

 

 

 

แกงฮังเล – ฮินเล พฤศจิกายน 17, 2008

เจอกันอีกอาทิตย์หนึ่งแล้วเจ้า  สาวๆสว.อย่างเราดีใจนัก

 

 

สำหรับวันนี้อาหารไทยใหญ่ที่ป้านิดและน้าหล้าจะมาแนะนำ คือ แกงฮังเล - อาหารโปรดที่ซู๊ดของเจ้าบอม (อาทิตย์ที่แล้วเจ้าบอมแอบงอนค่ะ บอกว่าแนะนำแต่อาหารโปรดของเจ้าบิ๊ก วันนี้ป้าและน้าเลยต้องเอาใจหน่อย)

 

 

แกงฮังเล บางคนก็เรียกว่า “ฮินเล” เป็นแกงของพม่า แพร่หลายเข้ามาทางภาคเหนือของประเทศไทย พม่าเจ้าของตำรับจะรับประทานฮังเลกับกล้วยไข่ ฮังเลเป็นอาหารประเภทน้ำแกงข้นขลุกขลิกคล้ายแกงมัสมั่น แต่ไม่ใส่กะทิ  น้ำแกงมีมันสีแดงส้มลอยหน้า  มี  3  รส  คือ  เปรี้ยว  เค็ม  หวาน  ถือเป็นแกงที่ขาดไม่ได้ในสำรับอาหารขันโตก รวมทั้งยังนิยมใช้เลี้ยงแขกในงานพิธีสำคัญๆ

 

 

 

เครื่องปรุงแกงฮังเล

 

 

เนื้อหมูสามชั้นติดมัน หรือกระดูกซี่โครงบ้างปนกัน

ขิงสด หั่นเป็นฝอยหรือเส้นบางๆ

มะขามเปียก(หากมีกระท้อนจะใช้กระท้อนแทนมะขามเปียกยิ่งดี) กระเทียมดองแกะเป็นกลีบ

ถั่วลิสงคั่วกะเทาะเปลือกแล้ว

พริกแห้ง

เกลือ กะปิ ข่า ตะไคร้ หอมแดง กระเทียม

ผงแกงฮังเล

 

 

วิธีทำ

 

1.   นำพริกแห้ง เกลือ หอมแดง กระเทียม ข่า ตะไคร้ มาโขลกกันเป็นเครื่องแกง

 

2. เนื้อหมูหั่นเป็นท่อน ๆ ขนาดกว้างประมาณ 2 x 3 นิ้ว แล้วนำมาคลุกเคล้าให้เข้ากับเครื่องแกงและผงฮังเลหมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที

 

 

3. นำใส่หม้อขึ้นตั้งไฟจนเดือด อาจเติมน้ำลงไปอีกเล็กน้อย (บางสูตรจะนำไปผัดก่อนแล้วเติมน้ำอีกเล็กน้อย) เคี่ยวจนเปื่อยจนเหลือน้ำขลุกขลิก

 

4. จากนั้นนำมะขามเปียก ถั่วลิสง ขิงสด เติมลงไป ถ้าชอบหวานก็ใส่น้ำตาลหรือน้ำอ้อยลงไปด้วย

 

 

5. แกงฮังเลที่ได้จะมีสีน้ำตาลแดง เนื้อหมูเปื่อยนุ่ม มีน้ำขลุกขลิก รสไม่จัด อมเปรี้ยว เค็มนำ รสเผ็ดตาม

 

 

บางตำรับใส่กระท้อนหรือสับปะรดหั่นชิ้นสี่เหลี่ยมลงไปด้วย

 

 

อาทิตย์หน้าป้าและน้าจะมาแนะนำอาหารที่ชื่อแปลกๆว่า อุ๊บอะซีเปยี่ยน

 

 

แล้วพบกันวันเสาร์หน้านะลูก

 

ป้านิด + น้าหล้า

 

15 พฤศจิกายน 51

แนะนำอาหารไทยใหญ่อาทิตย์ที่แล้ว

 

ข้าวแรมฟืน http://baankruaeed.wordpress.com/2008/11/08/taifood

 

 

 

 

 

ชวนมากางเต็นท์ นอนหนาว และนับดาวที่ในเมืองแม่ฮ่องสอน พฤศจิกายน 18, 2008

กลางลานโล่งที่ไร้ซึ่งสิ่งกีดขวาง เบื้องหน้าคือยอดภูสูง เบื้องหลังคือพระธาตุดอยกองมู แม้ที่แห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองมาเพียง 2 กิโลเมตร แต่บางค่ำคืนในคิมหันตฤดูบรรยากาศเคล้าสายลมหนาว ใครบางคนนอนหนุนแขนตนเองแหงนมองดาวบนฟากฟ้า ดาวนับล้านพร่างพรายอยู่สุดขอบฟ้าโพ้น บรรยากาศเงียบๆ ไร้ซึ่งแสงสว่างใดๆ ดาวสวยมากจนตัวเรากลายเป็นเพียงเสี้ยวอณูของพิภพ

ก่อนหน้านั้นยามเย็น ใครบางคนยืนมองพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้าลงเรื่อยๆ แสงเปลี่ยนไปทุกนาที การเปลี่ยนแปลงของท้องฟ้ามาพร้อมกับสายลมพัดไอเย็นมากระทบกาย ความมืดเริ่มเดินทางเข้าปกคลุม ดวงดาวเริ่มเดินทางมาทักทายและยิ้มเยือนนักเดินทางผู้มาใหม่

ไม่บ่อยครั้งนักที่เราจะได้ปล่อยใจไปกับสิ่งสวยงามขนาดนี้

เวลาเดินทางไม่รู้จบสิ้น แสงตะวันยามเช้าเริ่มมาทักทาย ฟ้าเริ่มสว่างทีละนิดๆ จากสีน้ำเงินเป็นสีส้ม สีเหลือง เห็นหมอกอยู่ไหวๆเบื้องหน้า ท้องฟ้าเปลี่ยนจากสีเข้มเป็นจางลง แต่ลมหนาวก็ยังพัดอยู่ พร้อมๆกับพระอาทิตย์ขึ้นทักทายเต็มดวง แสงสว่างไล่ความหนาวยามค่ำคืนไปหมด แทบไม่เหลือร่องรอยของความเย็น และวันใหม่ก็เริ่มต้นอีกครา

ที่นี่ – บ้านชมดอย และเพื่อนพ้องชาวแก๊งค์

ปีใหม่ 51

(บอม -ป่าน -เอ๋ -พล -นะ -เก้ง -ต่อ –เต้)


 

“อุ๊บไก่” พฤศจิกายน 25, 2008

        วันนี้ป้านิดกับน้าหล้าจะมาแนะนำอาหารไทยใหญ่ที่ชื่อว่า อุ๊บไก่เจ้า นำมาจากสูตรยายไหว ที่เป็นแม่ของครูอี๊ด แต่เป็นแม่สามีของ สว. อย่างเราทั้งคู่

        บางครั้งเรียก อุ๊บไก่ ว่า แกงไก่พม่า

อุ๊บ คือ การอบให้เกือบแห้งและมีน้ำขลุกขลิก คล้ายพะแนงภาคกลาง แต่รสไม่หวาน และไม่มีกะทิ

เครื่องปรุง

น่องไก่                              3 น่อง

ผักชีหั่นท่อนยาวหนึ่งนิ้ว       1 ต้น

หอมใหญ่หั่นเสี้ยวบาง         3 หัว

ตะไคร้หั่นท่อนทุบ                2 ต้น

กระเทียมสับ                       2 ช้อนโต๊ะ

หอมแดงเจียว                     1 ช้อนโต๊ะ

เกลือป่น                            2 ช้อนชา

นำตาลทราย                       1 ช้อนชา

น้ำปลา                              2 ช้อนชา

พริกป่นปาปริก้า                  3 ช้อนชา

ขมิ้นผง                              3 ช้อนชา

ผงมัสร่า                             1 ช้อนโต๊ะ

น้ำสต๊อกไก่                        1 ถ้วย

น้ำมันถั่วลิสง                      2 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันถั่วลิสงสำหรับทอด      3 ถ้วย

 

วิธีทำ

1 ล้างน่องไก่ แล้วเคล้ากับขมิ้นผง พริกป่นอย่างละ 1 ช้อนชา เกลือ ผงมัสร่า หมัก 10-20 นาที

2. ตั้งกระทะด้วยน้ำมันถั่วลิสงให้ร้อน เอาไก่ลงทอดให้เหลือง ตักขึ้นให้สะเด็ดนำมัน

3. ใส่น้ำมันถั่วลิสงลงในกระทะ ตั้งไฟอ่อนให้ร้อน ใส่หอมใหญ่กระเทียม ขมิ้นผง พริกป่นที่เหลือ เคี่ยวจนหอมใหญ่สุกนุ่ม ใส่น่องไก่ทอด น้ำสต๊อกไก่ ตะไคร้ เคี่ยวประมาณ 5 นาที

4. ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลา เคี่ยวต่อให้ไก่เปื่อยนุ่ม ตักใส่จาน โรยหอมแดงเจียวผักชี รับประทานร้อนๆกับข้าว อร่อยอย่าบอกใคร

 

แนะนำอาหารไทยใหญ่อาทิตย์ที่ผ่านมา

ข้าวแรมฟืน

http://baankruaeed.wordpress.com/2008/11/08/taifood

แกงฮังเล

http://baankruaeed.wordpress.com/2008/11/17/taifood2  

 

โฮมสเตย์ ‘ไทยใหญ่’ ที่บ้านป่าปุ๊ พฤศจิกายน 25, 2008

วันนี้น้าป๋องจะชวนพวกเราไปนอนโฮมสเตย์ชาวบ้าน ไทยใหญ่ที่บ้านป่าปุ๊ หมู่ 2 กันต่อครับ

บ้านป่าปุ๊ เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

คุณอภิสิทธิ์ จันทโรภาส ประธานคณะทำงานในโครงการพระราชดำริบ้านป่าปุ๊ ชาวไทยใหญ่ เล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านร่วมกันทำโครงการนี้ขึ้นมาโดยดึงเรื่องเกษตรมาเป็นจุดขาย

อีกอย่างเป็นการกระจายรายได้ในชุมชน อย่างเกวียนก็มีอยู่ เราไม่ต้องไปนั่งรอนักท่องเที่ยว มาก็จัดไปให้ ไม่มาเราก็ทำงานของเราไป ใกล้ๆ นี่ก็มีการหีบอ้อย ฤดูทำนาก็มีไถนา เกี่ยวข้าว ปลูกผักปลอดสารพิษ แปลงแรกปลูกเพื่อเลี้ยงคนมาพักในโฮมสเตย์ แปลงสองปลูกเพื่อจำหน่ายในจังหวัด

โดยเบื้องต้นนี้มีชาวบ้านเข้าร่วมโครงการ 30 หลัง มาจาก 12 กลุ่มกิจกรรมอาชีพ อาทิ กลุ่มท่องเที่ยว ทอผ้า เกษตร ล้อเกวียน กลุ่มตุ๊กตาชาวเขา ฯลฯ ซึ่งประธานกลุ่มมาเป็นคณะทำงานระดับหมู่บ้าน และมีหน่วยงานของราชการหลายแห่งช่วยสนับสนุน เช่น โยธาและผังเมือง พัฒนาชุมชน ทางหลวงชนบท อำเภอเมือง ฯลฯ

เพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จึงปลูกบ้านแบบไทยใหญ่ขึ้นใหม่ 3 หลัง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความเป็นส่วนตัว แต่ถ้าต้องการพักอยู่กับชาวบ้าน เจ้าบ้านก็ยินดีรับรองครับ

สำหรับกิจกรรมที่ทำได้ในหมู่บ้านก็มี เดินป่า นั่งเกวียน นั่งแพ อาบน้ำแร่ ไปดูชาวบ้านอิดอ้อย (หมายถึงหีบอ้อย) โดยใช้วัว ซึ่งจะทำประมาณกลางมกราคม เพราะเป็นช่วงอ้อยแก่พอดี) ทำเป็นน้ำอ้อยสด และน้ำอ้อยที่เอาไปเคี่ยวทำเป็นแผ่น มีขนมและผลิตภัณฑ์จากงา เพราะชาวไทใหญ่จะปลูกงากันมาก

สนนราคาค่าที่พัก/คน/คืน 250-300 บาท รวมอาหาร 3 มื้อ

โฮมสเตย์ไทยใหญ่ บ้านป่าปุ๊ ติดต่อคุณอภิสิทธิ์ 081-9616582

ไปเที่ยว : บ่อน้ำร้อนผาบ่อง

www.baankruaeed.wordpress.com/2008/11/07/pha_bong



ไปเที่ยว : บ้านป่าปุ๊ www.baankruaeed.wordpress.com/2008/11/14/baanpapu

 

ไหว้พระ 9 วัด สุขกายสุขใจในเมืองสามหมอก พฤศจิกายน 28, 2008

Filed under: ไหว้พระ 9 วัด — ครูอี๊ด @ 12:25 pm

        เวลาพวกเรามาพักที่บ้านชมดอยครั้งใด ครูอี๊ดและลุงหน่อยชอบพาพวกเราไปไหว้พระค่ะ ที่เมืองแห่งนี้มีวัดน่าสนใจอย่างน้อยถึง 9 วัด รวมทั้งบางวัด เช่น วัดพระธาตุดอยกองมู ถ้ามองจากมุมสูงจากบนวัดลงมาด้านล่าง จะสามารถมองเห็นเมืองแม่ฮ่องสอนได้ทั้งเมือง แม่ฮ่องสอนเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ เป็นเมืองเล็ก ๆที่อยู่ในหุบเขา มีภูเขาล้อมรอบทุกด้าน

 dscf15002

      ”ย่าอี๊ดกับหลานบาส (ลูกพี่บอม)”

 

           เราเริ่มต้นเดินทางไปไหว้พระกันเลยค่ะ

 

          วัดแรกคือ วัดพระธาตุดอยกองมู เดิมชาวบ้านเรียกวัดนี้ว่า วัดปลายดอยบ้าง วัดดอยกองมูบ้าง ตั้งอยู่บนดอยกองมู ทางทิศตะวันตกของเมืองแม่ฮ่องสอน ก่อนที่จะมีการสร้างวัด เดิมพื้นที่ตรงนี้เป็นที่ซ่องสุมของโจรผู้ร้าย ซึ่งจะลงมาปล้นชาวบ้าน แล้วก็จะหลบขึ้นไปอยู่บนดอย ต่อมามีการปราบปรามและก็ได้สร้างวัดนี้ขึ้นแทน โดยมี จองต่องสู่เป็นผู้สร้างเจดีย์องค์ใหญ่ และศาลาการเปรียญถวาย ต่อมาพญานางสิงหนาทราชาขึ้นครองเมืองแม่ฮ่องสอน และได้สร้างเจดีย์องค์เล็กถวายอีกองค์หนึ่ง

 e0b897e0b8b2e0b887e0b882e0b8b6e0b989e0b899e0b89ee0b8a3e0b8b0e0b898e0b8b2e0b895e0b8b8e0b894e0b8ade0b8a2e0b881e0b8ade0b887e0b8a1e0b8b9

          วัดที่ 2 ‘วัดพระนอน สำหรับวัดพระนอนแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมือง ติดกับทางขึ้นวัดพระธาตุดอยกองมู นับว่าเป็นวัดที่สำคัญอย่างมาก เพราะถือว่าเป็นวัดแรกที่เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนเป็นผู้สร้าง และใช้เป็นที่บรรจุอัฐิของเจ้าเมืองทุกพระองค์ วัดพระนอนแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระนอนองค์ใหญ่ที่สุดของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์พระประธานวัดพระนอน สร้างตามศิลปะไทยใหญ่ผสมผสานกับศิลปะพม่า มีความยาว 12 เมตร

 

        วัดที่ 3 ใกล้ๆกับวัดพระนอน คือ วัดก้ำก่อ เป็นภาษาไต แปลว่า ดอกบุนนาคเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองชาวแม่ฮ่องสอน มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม โดยเฉพาะลักษณะพิเศษของหลังคาคลุมทางเดิน ตั้งแต่ซุ้มทางเข้าไปจนถึงศาลา ซึ่งในสมัยก่อนคนที่จะเดินเข้าวัดต้องถอดรองเท้าบริเวณทางเข้าซุ้ม เพราะมีความเชื่อว่า จะได้ไม่เอาทราย (ของวัด) ออกจากวัด นอกจากนี้ยังมีตำราภาษาไทยใหญ่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยอีกด้วย

 e0b881e0b989e0b8b3e0b881e0b988e0b8ad

        วัดที่ 4 คือ วัดม่วยต่อ ตั้งอยู่ที่ ถนนผดุงม่วยต่อ ซึ่งได้รับคัดเลือกให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างประจำปี 2507 จากกรมศาสนา ที่วัดแห่งนี้นอกจากจะมีพระประธานในอุโบสถที่เป็นพระพุทธรูปทองเหลือง และพระประธานที่อยู่ในศาลาการเปรียญที่เป็นพระพุทธรูปเนื้อสัมฤทธิ์ ศิลปะพม่าแล้ว ยังมีงาช้างที่แกะสลักเป็นพระพุทธรูปอีก จำนวน 2 คู่

 

วัดที่ 5 ถือว่าเป็นวัดที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน นั้นก็คือ พระอารามหลวงวัดจองคำ จองกลาง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ซึ่งแต่เดิมพระอารามหลวงแห่งนี้คือ วัดจองคำ และวัดจองกลาง ไม่ได้รวมกันแต่อย่างใด ต่อมาทางกรมศาสนา ตั้งใจที่จะยกให้เป็นพระอารามหลวง จึงรวม 2 วัดนี้เข้าด้วยกัน เพื่อให้เข้าหลักเกณฑ์ของการเป็นพระอารามหลวง สำหรับวัด 2 วัดนี้ก็มีประวัติที่แตกต่างกัน

 

วัดจองคำเป็นที่ตั้งของวิหารหลวงพ่อโต เป็นอาคารศิลปะผสมผสานไทยใหญ่ พม่า และตะวันตก และเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโต หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า เจ้าพลาโหลงเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในเมืองแม่ฮ่องสอน และหลังจากที่วัดถูกไฟไหม้เมื่อปี 2513 ได้มีการสร้างศาลาการเปรียญขึ้นมาใหม่ ในระหว่างการขุดเสา พบแผ่นเงินจารึก มีความว่า วัดจองคำสร้างเมื่อ พ.ศ. 2370 โดยศรัทธาชาวบ้าน

 

วัดจองกลางเรียกตามชื่อที่ตั้งเดิม ที่อยู่ระหว่างวัดจองคำและวัดจองใหม่ (ปัจจุบันคือโรงเรียนพระปริยัติธรรม) เดิมวัดเป็นศาลาที่พักของคนที่มาจำศีลในวันพระ ต่อมาบุตรหลานของพญาสิงหนาทราชาได้เสียชีวิตลง จึงนำศพมาไว้ที่ศาลาจำศีล และได้บูรณะซ่อมแซมศาลาให้สวยงาม สิ่งสำคัญในวัดก็มี เจดีย์วิหารเล็ก ศาลาการเปรียญวัด ซึ่งเป็นอาคารไม้มุงสังกะสีสูงเป็นชั้น เรียกตามลักษณะช่างว่า สองคอสามชายพร้อมด้วยจิตรกรรมหลังกระจก ที่นำมาจากเมืองมัณฑะเลย์ เป็นเรื่องราวประวัติของพระพุทธเจ้า พระเวสสันดรชาดก จำนวน 180 ภาพ

 

วัดที่ 6 คือ วัดหัวเวียง ส่วนที่เรียกว่า วัดหัวเวียง เพราะที่ตั้งของวัดอยู่หัวเมืองแม่ฮ่องสอน โดยศรัทธาของชาวบ้าน ที่นำไม้มาช่วยกันสร้างเป็นศาลาการเปรียญ ส่วนศาลาหลังปัจจุบัน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2516 โดยใช้เค้าโครง และฐานพระประธานดั้งเดิม ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานของ พระพราละแข่งพระพุทธรูปคู่เมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งชาวแม่ฮ่องสอนเชื่อว่า ถ้าได้ต่าง ชอมต่อหรือถวายกระทงข้าวในวันพระหรือวันสำคัญทางศาสนาจะเป็นศิริมงคล ได้บุญกุศลยิ่ง ในราวเดือน 4 (มีนาคม) ของทุกปีจะมีประเพณีบูชา พระพราละแข่ง เพื่อให้ทุกคนได้มากราบไหว้ตลอด 3 วัน และมีการต่างชอม ต่อโหลงหรือทำบุญถวายข้าวมธุปายาสด้วย นอกจากนี้ยังมีศาลาจำศีลอาคารไม้หลังคามุงสังกะสีประดับลายเจาะสังกะสี ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากรแล้ว

 034k0031dscf2120

วัดที่ 7 คือ วัดกลางทุ่ง สำหรับวัดกลางทุ่งนั้น สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2456 เดิมชื่อว่า วัดปุกป่าโหยงสำหรับที่วัดแห่งนี้จะมีพระพุทธรูปศิลปะไทยใหญ่ประดิษฐานอยู่ แต่ที่น่าสังเกตคือ ริมฝีปากของพระพุทธรูปถูกทาด้วยสีแดง ทราบที่หลังว่า เหตุที่ริมฝีปากของพระพุทธรูปมีสีแดงนั้น เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมืองนั่นเอง

 

วัดที่ 8 ‘วัดดอนเจดีย์ สำหรับความเป็นมาของวัดแห่งนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2481 เดิมตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมืองฮ่องสอน เรียกตามภาษาชาวบ้านว่า วัดกุงเปา ต่อมาย้ายมาอยู่ที่ปัจจุบันนี้ ชาวบ้านเรียกว่า วัดดอนเจดีย์ และยังเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปทองเหลืองและพระพุทธรูปไม้เจดีย์

 

วัดที่ 9 ซึ่งถือว่าเป็นวัดสุดท้ายของการเดินทางในวันนี้ นั่นคือ วัดผาอ่าง สำหรับ วัดผาอ่าง นั้นเป็นวัดขนาดเล็ก สภาพแวดล้อมทั่วไปติดกับป่าสัก สิ่งสำคัญของวัดนี้คือ เจดีย์ประธานวัดผาอ่าง เป็นเจดีย์ศิลปะพม่า ลักษณะเจดีย์มีทรงสูงเพรียว ที่ฐานมุมทั้ง 4 ประดับด้วยเจดีย์จำลองขนาดเล็ก ในด้านลักษณะของซุ้มพระพุทธรูปนั้น เป็นซุ้มก่ออิฐฉาบปูน ราวบันไดทำเป็นรูปสิงห์หมอบ ผนังด้านข้างของซุ้มทั้ง 2 ด้านประดับด้วยประติมากรรมปูนปั้นรูปเทวดา ในท่ากำลังเหาะ ซึ่งหมายถึงเหล่าเทวดาที่กำลังเหาะมาเฝ้าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือการเสด็จเหาะลงมาสักการะพระธาตุแห่งนี้นั่นเอง

ดูแผนที่การเดินทางไปไหว้พระทั้ง 9 วัด ได้ที่เมนูด้านขวามือ ตรง “แผนที่บ้านครูอี๊ด” ค่ะ

อ่านประวัติ/ที่มาที่ไปวัดต่างๆในเมืองแม่ฮ่องสอน :

http://www.chankalay.com/web2008/?name=knowledge

click

โปรแกรมท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน(อื่นๆ) 

ปางอุ๋ง   

 

แสงจันทร์ยามค่ำคืน : มุมมองจากบ้านชมดอย มกราคม 1, 2010